ประกันบำนาญที่ไหนดี สำหรับลดหย่อนภาษี 2569

หาก กำหนดหน้าที่ของเงิน ให้เป็นดังต่อไปนี้ 

  • เงินที่จะสร้างรายได้ประจำปลอดภาษีไปตลอดชีวิตเกษียณ และเมื่อรวมรายได้ทั้งหมดแล้วมากกว่าเงินตั้งต้นมาก ทั้งยังไม่ต้องมีการบริหาร หรือ การจัดการใดๆ เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะรักษารายได้ประจำนี้ไว้
  • เงินที่ทำให้ไม่ต้องคอยกังวล หากสภาวะเศรษฐกิจกลายเป็นขาลง แล้วจะไปกระทบให้รายได้ประจำน้อยลง
  • เงินที่ทำให้มี ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ หรือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น NEEDs ตอนเกษียณได้อย่างสบายใจ
  • เงินที่มีกลไกป้องกัน ไม่ให้นำออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ไม่ว่าจะตั้งใจหรือถูกหลอก ซึ่งอาจทำให้เงินหมดก่อนเกษียณหรือหมดก่อนสิ้นอายุขัยได้
  • เงินที่มีกลไกช่วยในการออมเงิน โดยทำให้เสมือนเป็นรายจ่ายประจำที่เท่ากันทุกปี เพื่อเพิ่มวินัยทางการเงิน วางแผนง่าย และ ทำให้โอกาสออมเพื่อสร้างรายได้ประจำมีโอกาสสำเร็จสูง
  • เงินที่ภาครัฐช่วยสมทบได้สูงสุดถึง 105,000 บ.ต่อปี เพื่อให้สร้างรายได้ประจำนี้ ผ่านทางสิทธิลดหย่อนภาษี

จากหน้าที่ทั้งหมดนี้เอง ทางที่จะทำให้เงินสามารถทำงานครบแบบนี้ได้ จะจำเป็นต้องให้เงินทำงานผ่านเครื่องการเงินลดหย่อนภาษีที่มีชื่อว่า..

เบี้ยเท่าทุน release your risk

ประกันบำนาญ


เลือกหัวข้อที่สนใจ


ประกันบำนาญ คืออะไร

ประกันบำนาญ คือ เครื่องมือการเงินที่ทำการเปลี่ยนเงินที่ได้รับมา ให้เป็นรายได้ประจำปลอดภาษีหรือ บำนาญตอนเกษียณตามระยะเวลาที่กำหนด โดยจำนวนเงินและระยะเวลาที่ต้องส่งเงิน เพื่อให้ได้รับบำนาญนี้ จะเป็นไปตามสัญญาที่ตกลงกันไว้กับบริษัทประกันที่รับทำประกันบำนาญนั้นๆ

โดยบริษัทประกันจะนำเงินที่ได้รับมาไปลงทุนความเสี่ยงต่ำอย่างเช่นใน ตราสารหนี้ และเนื่องจากความเสี่ยงต่ำผันผวนน้อยจึงสามารถการันตีผลตอบแทนออกมาเป็นบำนาญทุกปีให้ได้ แต่ก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนของประกันบำนาญจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายช่วงนั้นๆ

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

หากทำประกันบำนาญช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะเสมือนเป็นการล็อคผลตอบแทนไว้ ไม่ว่าในอนาคตอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นขาลงอย่างไรก็ตาม

จึงทำให้ประกันบำนาญเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมากในการสร้าง "บำนาญ" โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการทำธุรกิจตอนเกษียณ เพราะประกันบำนาญเสมือนเป็นธุรกิจที่การันตีรายได้ประจำทุกปีสูงสุดถึงอายุ 100 ปี ซึ่งยากมากที่จะทำธุรกิจให้ยืนยาวนานกว่า 10-30 ปีขึ้นไปได้

เพราะธุรกิจทั่วไป ต้องสนใจสภาวะเศรษฐกิจ ต้องมีความรู้ความชำนาญ ต้องดูแลบริหาร ต้องระวังกลโกงจากมิจฉาชีพหรือแม้แต่หุ้นส่วน และ ที่สำคัญต้องระวังเรื่องภาษี ในขณะที่ประกันบำนาญจะไม่ต้องกังวลหรือทำเรื่องเหล่านี้เลย

นอกจากนี้บำนาญที่ได้ก็ยังไม่ถูกคิดภาษี (บำนาญข้าราชการถูกคิดภาษี) แถมเบี้ยประกันบำนาญก็ยังได้สิทธ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดอีกถึง 300,000 บ. จาก สิทธ์ลดหย่อนประกันชีวิต 100,000 บ. และสิทธ์ลดหย่อนประกันบำนาญ 200,000 บ. (สิทธิลดหย่อนประกันบำนาญไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อรวมกับการลงทุน RMF/PVD/กบข./กอช. แล้วไม่เกิน 500,000 บ.)

สรุปสิทธิลดหย่อน 1

หรือ หากเทียบกับเครื่องมือการลงทุนอย่าง RMF หรือ กองทุนรวม ที่แม้จะลดเรื่องการจัดการบริหารดูแลลงได้ แถมมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็ต้องมีความรู้ในการบริหารความเสี่ยงตามอายุ กับ การไม่มีอะไรมาการันตีโอกาสความอยู่รอดของกองทุนจะอยู่ได้ถึงอายุเท่าใด ซึ่งอันตรายมากหากอายุ 90 ปีแล้ว กองทุนเงินหมดพอดี แต่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นจะทำอย่างไรต่อไป

เพราะกองทุนสามารถถูกโจมตีได้ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน หรือ แม้แต่การเปลี่ยนผู้ดูแลกองทุนฝีมือดี ยังไม่นับรวมไปถึงการโจมตีที่อันตรายที่สุด คือ จากตนเองและครอบครัว ที่อาจผิดวินัยการเงิน แล้วขายกองทุนออกมาใช้ผิดวัตถุประสงค์จนแผนเกษียณพังทลายลงได้ เสมือนแผนเกษียณนี้เป็นบ้านที่รากฐานมีเพียงแค่พื้นทรายเท่านั้น

ลงทุนอย่างเดียวอันตราย

ทั้งหมดนี้เองจึงทำให้ ประกันบำนาญเหมาะเป็นเครื่องมือวางรากฐานที่มั่นคงให้แผนเกษียณ เพราะ หากเกิดความผิดพลาดจากธุรกิจ หรือจากกองทุนรวม ก็ยังมีรากฐานนี้คอยสนับสนุนไม่ให้ล้มลงไป หรือ หากผลตอบแทนการลงทุนดี ก็ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีเพิ่มขึ้นจากบำนาญที่มีอยู่แล้วได้

อย่างไรก็ตาม ประกันบำนาญเป็นแบบประกันที่ "เลือกและเปรียบเทียบได้ยาก" แบบประกันหนึ่ง เนื่องจากแต่ละบริษัทมีวิธีการคิดทุนประกันบำนาญที่แตกต่างกัน มี % การจ่ายบำนาญต่อทุนประกัน รวมถึง ระยะเวลาชำระเบี้ยและระยะเวลารับบำนาญที่ไม่เหมือนกัน

ทั้งยังมีความคุ้มครองชีวิตก่อนรับบำนาญและหลังรับบำนาญ หลากหลายรูปแบบ ไม่นับว่าผู้ทำประกันเองก็มีโจทย์ที่ต้องการเงินบำนาญไปใช้คนละจุดประสงค์ จึงทำให้หากไม่เข้าใจและเลือกผิดไป อาจต้องเสียเงินมากขึ้นกว่าที่ควรเป็นถึงหลักล้านบาทขึ้นไปเลยได้

ประกันบำนาญ สรุปแล้วเหมาะกับใคร

yourself release your risk

ผู้ที่ต้องการรายได้ประจำนำไปช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณเพิ่มความมั่นใจว่าช่วงท้ายของชีวิตยังมีประกันสุขภาพช่วยดูแลทั้งกายและใจ

ผู้ที่ต้องการรายได้ประจำเพื่อนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายส่วน NEEDs ตอนเกษียณให้นานมากที่สุด เพราะยิ่งอายุมากก็ยิ่งจะหารายได้ได้ยากขึ้น

ผู้ที่อายุใกล้เกษียณมากแล้ว การลงทุนอื่น ๆ รวมถึงทำธุรกิจจะเสี่ยงเกินไป และ มีความซับซ้อนในแง่การจัดการกับดูแลเรื่องภาษีต่าง ๆ

ผู้ที่ไม่ต้องการถูกมิจฉาชีพเล่นงาน หรือ มักใจอ่อนต่อตนเองกับครอบครัวจนเผลอนำเงินออกมาใช้จนผิดแผนเกษียณ

ด้วยข้อสรุปเบื้องต้นนี้จะเห็นได้ว่า ประกันบำนาญจะเหมาะกับ ผู้ที่มีโจทย์สำคัญทางการเงินต่อไปนี้ 

  • ต้องการมีรายได้ประจำปลอดภาษีให้นานที่สุด เพราะไม่รู้อายุขัย ยิ่งสูงอายุยิ่งเสี่ยงเงินหมดก่อน
  • ไม่ต้องคอยดูแลจัดการบริหารงาน ที่ต้องมีความเครียดสูงในตอนเกษียณอีก
  • ไม่ต้องคอยป้องกันการที่เงินถูกนำออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนหมดก่อนสิ้นอายุขัย 

ซึ่งจริง ๆ แล้วโจทย์ลักษณะนี้เป็นความต้องการให้ รากฐานของการเกษียณนั้นแข็งแรง หรือก็คือ ประกันบำนาญ จะเหมาะกับ ผู้ที่ต้องการวางรากฐานเพื่อเกษียณอย่างมั่นคงนั่นเอง

แต่..ผลตอบแทนประกันบำนาญ ไม่น่าสู้การลงทุนได้

ตัวอย่าง แบบประกันบำนาญที่ชำระเบี้ยถึงอายุครบ 60 ปี รับบำนาญปีละ 240,000 บ. ตั้งแต่อายุ 60-99 ปี *ในรูปด้านล่างนี้ของชาย อายุ 45 ปี ที่สมมติอายุยืนถึงอายุ 99 ปี มีฐานภาษีที่ 35%

*หมายเหตุ :   แบบประกันด้านล่างนี้เพิ่งปิดรับสมัครไปเมื่อกลางปี 68 ด้วยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มวกกลับมาเป็นขาลง (เหลือ 1.5% ต่อปีและอาจลงอีก) อย่างไรก็ตามจะยังพอมีแบบประกันบำนาญที่สามารถให้ IRR เกิน 3.5% ได้ และเมื่อรวมเงินคืนภาษีสูงสุดจะมีโอกาสได้ IRR เกิน 5% แต่มีแนวโน้มที่แบบประกันบำนาญนี้จะปิดตัวลงในปี 69 เช่นกัน หรือยากที่จะมีแบบประกันบำนาญใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้อีกในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาลงนี้ (ถ้าประกันสะสมทรัพย์เริ่มทยอยปิดตัว ลำดับถัดไปมักจะเป็นประกันบำนาญต่อเสมอ)

IRR ประกันบำนาญ
ตาราง จุดคุ้มทุน ประกันบำนาญ

จากตารางด้านบน จะเห็นได้ว่า

  • ผลตอบแทนจากบำนาญคิดเป็น IRR 4.14% โดยยังไม่รวมเงินคืนภาษี 
  • หากรวมเงินคืนภาษี ของฐานภาษี 35% จะทำให้ได้ IRR สูงถึง 6.03% ด้วยเบี้ยประกันบำนาญ 230,160 บ. ได้เงินคืนภาษี 80,556 บ. (IRR จะน้อยกว่านี้หากเบี้ยประกันสูงเกิน 300,000 บ. เพราะลดหย่อนได้สูงสุดที่ 300,000 บ.เท่านั้น)
  • ซึ่งถ้าหากฝากธนาคารหรือหุ้นกู้ ธนาคารหรือหุ้นกู้จะต้องให้ดอกเบี้ยสูงถึง 7.09% ต่อปี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเทียบเท่า IRR 6.03% เนื่องจากดอกเบี้ยที่ได้จะถูกหักภาษี 15%้
chart จุดคุ้มทุน ประกันบำนาญ

จากกราฟจะเห็นได้ว่า บำนาญสะสมที่ได้รับจากประกันบำนาญของชาย อายุ 45 ปี จะเกินเบี้ยรวมที่จ่ายไปทั้งหมดที่ตอนอายุเกิน 69 ปี หากรวมเงินคืนภาษี แต่หากไม่รวมเงินคืนภาษีเงินบำนาญสะสมจะเกินเบี้ยรวมตอนอายุเกิน 74 ปี ซึ่งเป็นอายุที่น้อยกว่าอายุขัยเฉลี่ยในปัจจุบันของคนไทย (ปัจจุบันอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยคือ 77 ปี ชาย 73.5 ปี หญิง 80.5 ปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี และ เริ่มเห็นคนไทยมีอายุยืนถึง 100 ปีมากขึ้นเรื่อย ๆ)

ประกันบำนาญจึงมีประสิทธิภาพสูงมากโดยเฉพาะในช่วงที่อัตราเบี้ยนโยบายเป็นช่วงขาขึ้น ที่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ การลงทุนทำธุรกิจตอนเกษียณ หรือ แม้แต่การลงทุนเองเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ระดับ 3.5 - 5% ต่อปี "ทุกปี" จะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะถ้าไม่ต้องบริหารจัดการ หรือ รับความเสี่ยงใด ๆ เพิ่มเลย หรือ ต้องการให้เป็น Passive Income อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามการเลือกระหว่าง "ประกันบำนาญ" หรือ "การลงุทน" ไม่ควรพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว เพราะการเลือก

  • ประกันบำนาญ จุดประสงค์ คือ ต้องการใช้กลไกการทำงานของประกันบำนาญ ในการการันตีรากฐานของแผนเกษียณให้มั่นใจว่าจะยังมีรายได้ประจำต่อไปแม้จะสูงอายุอย่างไรก็ตาม
  • การลงทุน จุดประสงค์ คือ ให้พื้นฐานทางการเงินที่ดีอยู่แล้ว ได้เติบโตออกดอกออกผลต่อไป

ดังนั้น ประกันบำนาญจึงเปรียบเสมือนรากของต้นไม้ ในขณะที่การลงทุนเปรียบเสมือนดอกผลของต้นไม้ ที่เมื่อวันใดลมพายุโหมกระหน่ำเข้ามา แม้ดอกผลจากการลงทุนอาจจะหลุดหายไป แต่ต้นไม้ยังคงยืนต้นอยู่ได้ด้วยรากของประกันบำนาญ และรอวันเวลาที่ดอกผลจะงอกเงยขึ้นอีกครั้ง

ประกันบำนาญหรือลงทุน

ทำให้ประกันบำนาญมีความสำคัญมากกว่าเพียงเรื่องของผลตอบแทน เพราะได้ลึกลงไปในกลไกของรากฐานทางการเงิน ฉะนั้นการเลือกใช้ประกันบำนาญจึงจำเป็นต้องเข้าใจ ข้อดี ข้อจำกัด ของทั้งเงื่อนไขและกลไกของประกันบำนาญให้ดีร่วมด้วย

ข้อดี ข้อจำกัด ของประกันบำนาญที่ต้องเข้าใจ ก่อนจะเลือกใช้

กำลังใจ 2 release your risk

แก่นของประกันบำนาญ

คือ การบังคับให้เก็บเงินให้ได้มีใช้ "ตลอดการเกษียณ" และทำให้เงินที่ทยอยเก็บนี้ที่ปรกติแล้วจะใช้ต่อได้เพียงถึงอายุ 75-80 ปี ให้สามารถใช้ได้นานจนถึงอายุ 99-100 ปี ได้แบบการันตี พร้อมทั้งมีกลไกป้องกันการนำเงินออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นี้ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเกษียณ

ทำให้ในภาพรวมของแผนเกษียณแล้ว ประกันบำนาญเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจมากและเป็นรากฐานที่ยากจะขาดได้ในการวางแผนเกษียณ อย่างไรก็ตามประกันบำนาญเอง ก็ยังมีทั้งข้อดีและขัอจำกัด ดังต่อไปนี้ ก่อนพิจารณาตัดสินใจเลือกใช้งาน

จุดเด่นของประกันบำนาญ

บำนาญชายอายุ40 1
  • จากรูปด้านบนหากต้องการใช้เงินปีละ 240,000 บ. (เดือนละ 20,000 บ. ไม่หักภาษีใด ๆ) ตั้งแต่อายุ 60 - 99 ปี จะต้องใช้เงิน สูงถึง 9.6 ล้านบาท 
  • โดยหากเก็บเงินเกษียณได้เพียง 3.6 ล้าน เงินจะหมดภายใน 15 ปี หรือ หมดตอนอายุ 74 ปี แม้มีวินัยการเงินที่ดีไม่เอาเงินออกมาใช้ก่อนก็ตาม (พร้อมด้วยความไม่สบายใจในการใช้เงินแต่ละครั้งตามเมื่อเงินใกล้หมดลงเรื่อยๆ)
  • หากต้องการให้ 3.6 ล้านนี้ อยู่ได้นานกว่าอายุ 74  หรือถึงอายุ 99 ปี ก็จำเป็นต้องเสี่ยงนำเงินเก็บนี้ ไปทำธุรกิจหรือลงทุนต่อ เพื่อให้เงินเติบโตขึ้นเป็น 9.6 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเสี่ยงมากหากไม่มีความชำนาญธุรกิจ/ลงทุน มาก่อน โดยหากผิดพลาดเงินอาจหมดลงเพียงอายุ 60-65 ปีเท่านั้น
  • และนี้คือ คือ ตัวอย่างที่ทำให้เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของประกันบำนาญ ในการทำให้เงินที่ทยอยเก็บมาได้ 3.6 ล้าน จากที่จะใช้ได้เพียงอายุ 60-74 ปี ให้สามารถใช้ได้ถึงอายุ 99 ปี โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงหรือต้องหาความรู้ด้านการลงทุนเพิ่มอีก

ข้อจำกัดของประกันบำนาญ

balloon money fire release your risk

✘ข้อกำหนดที่เคร่งครัด

  • คปภ. จะกำหนดให้บริษัทประกันนำเบี้ยประกันบำนาญไปลงทุนได้เฉพาะกับสินทรัพย์เสี่ยงต่ำหรือตราสารหนี้เท่านั้น (เว้นแต่เป็นประกันแบบมีเงินปันผลที่ไม่การันตี)
  • IRR ประกันบำนาญจึงมักผูกติดกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ เฉลี่ยอยู่ประมาณ  2% ต่อปี แม้จะเริ่มทำประกันบำนาญตอนที่อายุยังน้อยก็ตาม
  • หากทำประกันบำนาญเพื่อลดหย่อนแล้วจะต้องมีวินัยจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง และรอรับบำนาญตามกำหนดเวลาในกรมธรรม์เท่านั้น ห้ามเวนคืนหรือยกเลิกสัญญาเป็นอันขาด เพราะจะทำให้สิทธิ์ลดหย่อนที่ใช้ไปจะกลายเป็นโมฆะทั้งหมด และต้องยื่นและประเมินภาษีใหม่ทั้งหมด
  • ตอน "ก่อน" เกษียณ หากมีเรื่องฉุกเฉินต้องหมุนเงินระยะสั้น จะยังสามารถกู้มูลค่าเงินสดจากกรมธรรม์มาหมุนได้
  • ตอน "หลัง" เกษียณ หากมีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงินเกินบำนาญที่ได้ จะไม่สามารถนำเงินบำนาญล่วงหน้าออกมาใช้ได้อีกแล้ว รวมถึงไม่สามารถกู้กรมธรรม์ใดๆ ได้

✘ประกันบำนาญขาดทุนได้ เดิมพันอายุสั้นอายุยืน

  • แม้ประกันบำนาญจะเสี่ยงขาดทุนน้อยกว่ากองทุนรวม แต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้ในกรณีที่สิ้นอายุขัยก่อนที่จะได้รับบำนาญเกินเบี้ยทั้งหมดที่ชำระไป
  • โดยแบบประกันบำนาญที่ให้ IRR สูงบางแบบ มักจะคืนเงินให้ผู้รับประโยชน์ที่ระบุในกรมธรรม์หลังผู้ทำประกันเสียชีวิต น้อยกว่าเบี้ยทั้งหมดหลังหักบำนาญที่จ่ายไปแล้ว
  • เรียกว่าเป็นการเดิมพันกันระหว่างบริษัทประกันและผู้ทำประกัน คือ ถ้าจากไปเร็วบริษัทกำไรมากขึ้น แต่ถ้าจากไปช้าบริษัทต้องลงทุนให้ได้ตามผลตอบแทนที่การันตีไว้
  • อย่างไรก็ตามการขาดทุนประกันบำนาญจะเป็นตอนที่จากไปแล้ว จะแตกต่างกับการขาดทุนของกองทุนรวมที่สามารถรับรู้ตอนยังมีชีวิตอยู่ได้

✘ประกันบำนาญไม่ขาดทุน แต่เดิมพันที่เงินปันผล

  • จากข้อจำกัดของการเดิมพันแบบที่มีผู้ได้ผู้เสียนี้เอง จึงทำให้เกิดแบบประกันบำนาญอีกแบบที่ IRR ลดลง แต่ไม่มีการขาดทุนเบี้ยที่จ่ายขึ้นมาแทน โดยหากเสียชีวิตเร็วจะจ่ายเบี้ยที่เหลือหลังหักบำนาญที่จ่ายไปแล้วคืน
  • และอาจมีการแก้ปัญหา IRR ที่ลดลง โดยการแบ่งเบี้ยบางส่วนให้นำไปลงทุนในพอร์ตที่มีหุ้นประมาณ 20% ได้ จากพอร์ตปกติที่ไม่มีหุ้นเลย 
  • โดยผลตอบแทนจากพอร์ตนี้จะกลับมาในรูปแบบของเงินปันผลสะสม ที่จะถูกแปลงเป็นเงินบำนาญเพิ่มพิเศษที่สามารถทำให้ IRR เพิ่มขึ้นได้ แม้ไม่ได้การันตีอัตราที่เพิ่มขึ้น
  • ทำให้เหมือนเป็นการย้ายการเดิมพันที่จะขาดทุนเบี้ย มาเป็นการเดิมพันว่าจะได้เงินบำนาญเพิ่มขึ้นอีกเท่าใดจากพอร์ตเงินปันผล

✘ประกันบำนาญมีให้เลือกมากมายหลายแบบ

  • ประกันบำนาญมีหลายแบบ ซึ่งส่งผลทั้งต่อทั้ง เบี้ยประกัน และ บำนาญ ที่จะได้รับอย่างมาก โดยหากขาดความเข้าใจในแบบประกันบำนาญที่มากพอและการคำนวณที่ชัดเจน จะทำให้ต้องจ่ายเบี้ยมากขึ้นกว่าหลักล้านบาทได้ หรือ มีโอกาสขาดทุนหากจากไปเร็วได้หลักล้านเช่นกัน

ประกันบำนาญมีกี่แบบ

1. ประกันบำนาญที่ให้ "บำนาญคงที่"

นี้คือต้นแบบของประกันบำนาญที่ ไม่ซับซ้อนและตรงไปตรงมามากที่สุด ซึ่งบริษัทประกันมักไม่ชอบนัก เพราะทำให้เปรียบเทียบกับบริษัทอื่นได้ง่าย

ส่วนใหญ่แบบประกันนี้จะมี IRR อัตราผลตอบแทนต่อปีที่สูง โดยเฉพาะแบบอายุสัญญายาวถึงอายุ 99 หรือ 100 ปี (ประกันบำนาญยิ่งอายุยืน IRR ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากบำนาญที่ได้รับ)

สรุป ประกันบำนาญคงที่

จากตารางของ ชายอายุ 45 ปี จะเห็นได้ว่า แบบนี้จะมีการคุ้มครองชีวิตก่อนเกษียณที่ 2 ล้านบาทตั้งแต่เริ่มจ่ายเบี้ย และจะมีการปรับให้ใกล้เคียงเบี้ยประกันสะสมต่อไปเมื่อเบี้ยประกันสะสมเกินทุนประกัน ทั้งนี้หลังเริ่มรับเงินบำนาญ หากจากไปก่อนครบ 10 ปีแรก จะมีการคืนเงินให้ตามตารางมูลค่าปัจจุบันของเงินบำนาญด้านล่างนี้ ซึ่งจะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป (ทำให้เห็นว่าแบบนี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อายุสั้น แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกับผู้ที่มีอายุยืน)

ตารางมูลค่าปัจจุบันเงินบำนาญ

จากตารางหากจากไปตอนเพิ่งได้รับเงินบำนาญปีที่ 1 ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ (เช่น ลูก) จะได้รับเงินคืนที่ 962.36 x 2,000,000 / 1000 = 1,924,720 บ. ทำให้เมื่อรวมกับเงินบำนาญ 240,000 บ. ที่ได้รับ จะรวมเป็นเงิน 2,164,720 บ. ซึ่งน้อยกว่าเบี้ยรวมจำนวน 3,452,400 บ. อยู่ 1,287,680 บ. (ซึ่งหากนำมาหักลบกับเงินคืนภาษีที่ได้ 1,208,340 บ. คิดจากฐานภาษี 35% ก็จะขาดทุนน้อยลง) 

หรือหากจากไปตอนได้รับเงินบำนาญมาแล้ว 9 ปีจำนวน 2,160,000 บ. จะได้เงินคืนอีก 120 x 2,000,000 / 1000 = 240,000 บ. หรือเท่ากับ 2,400,000 บ. ในปีที่ 9 ตามจำนวนการันตีจ่ายบำนาญ 10 ปีนั้นเอง อย่างไรก็ตามหากนำ 2่,400,000 บวกเงินคืนภาษีที่ได้มาทั้งหมดจำนวน 1,208,340 บ. (ฐานภาษีที่ 35%) จะได้ 3,608,340 บ. ซึ่งเกินเบี้ยรวมในที่สุด หรือหากอายุยืนเกิน อายุ 69 ปีได้ จะเป็นจุดกำไรของประกันบำนาญนี่เอง

ตาราง จุดคุ้มทุน ประกันบำนาญ

จากตาราง จะเป็นตัวอย่างของการรับบำนาญคงที่ไปเรื่อย ๆ ทุกปี และเมื่อรวมกับเงินคืนภาษีที่ได้ตั้งแต่ก่อนรับบำนาญ ก็จะทำให้ประกันบำนาญแบบนี้ถึงจุดคุ้มทุนเร็วมากที่อายุเเกิน 69 ปีเท่านั้น (เมื่อฐานภาษี 35%)

แบบที่ 1 นี้จึง เหมาะกับผู้ที่ต้องการประกันบำนาญที่ให้บำนาญคงที่ชัดเจนเรียบเงิน และ เน้นใช้เครื่องมือการเงินอื่น ๆ อย่าง RMF / กองทุนรวม ในการดูแลเรื่องเงินที่เฟ้อเพิ่มขึ้น ร่วมกับ การเก็บออมเงินร่วมด้วยในระหว่างเกษียณ

2. ประกันบำนาญที่ให้ "บำนาญเพิ่มขึ้น" ตามปีที่กำหนด

แบบที่ 2 ทำขึ้นมาเพื่อให้บำนาญที่ได้รับทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามเวลา โดยเงินบำนาญที่ได้จะมีทั้งแบบเพิ่มขึ้นทุกปี หรือ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีที่กำหนด จึงทำให้ประกันบำนาญลักษณะนี้มักมีอายุสัญญาไม่ถึงอายุ 99 ปี

IRR ของแบบที่ 2 มักจะน้อยกว่าแบบที่ 1 เพราะได้รับบำนาญจำนวนที่น้อยกว่าในตอนแรก และทำให้กว่าบำนาญจะสะสมคืนทุนหรือมากกว่าเบี้ยที่จ่ายไปได้ มักต้องใช้เวลามากกว่าแบบที่ 1 พอสมควรเช่นกัน

อย่างไรก็ตามบำนาญรวม แบบที่ 2 มักจะมากกว่าแบบที่ 1 ในภายหลัง แม้แบบที่ 2 นี้จะมีจำนวนปีให้บำนาญเพียงอายุ 90 ปีก็ตาม (จำเป็นต้องพิจารณาเบี้ยประกันที่จ่ายไปอีกทีเพราะแบบที่ 2 มักจะจ่ายเบี้ยมากกว่าแบบที่ 1 เช่นกัน)

สรุป ประกันบำนาญเพิ่มพูน

จากตารางของ ชายอายุ 45 ปี จะเห็นได้ว่า แบบนี้หากเสียชีวิตก่อนรับบำนาญก็จะได้เงินคืน 110% ของเบี้ยที่จ่ายไป และหากจากไปหลังรับบำนาญ จะได้เบี้ยที่จ่ายไปหักกับบำนาญที่จ่ายไปแล้วคืน แบบนี้จึงทำให้หมดกังวลหลังจากไปว่าจะขาดทุนหากอายุสั้น แต่ก็ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อปี หรือ IRR ไม่สูงมากนัก

ตาราง ประกันบำนาญเพิ่มพูน

จากตาราง บำนาญเริ่มต้นที่ได้รับคือ 240,000 บ. และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีประมาณ 2.8% ทำให้เงินบำนาญที่ได้รับทั้งหมด แม้ถึงเพียงอายุ 90 ปี แต่ก็ได้รับบำนาญสูงมาก แต่ก็แลกมาด้วยเบี้ยประกันที่สูงขึ้นมากเช่นกัน

แบบที่ 2 นี้จึง เหมาะกับผู้ที่กังวลค่าใช้จ่ายที่เฟ้อเพิ่มขึ้นในอนาคต และ ไม่ต้องการฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่การลงทุนอย่าง RMF/กองทุนรวม สำหรับสู้เงินเฟ้อ รวมถึง ไม่ต้องการบริหารออมเงินบำนาญที่ได้จากแบบที่ 1 เพื่อมาใช้ในช่วงปีหลังๆ เอง

3. ประกันบำนาญที่ให้ "บำนาญคงที่ + บำนาญเพิ่มพิเศษจากเงินปันผลสะสม"

ประกันบำนาญแบบที่ 3 นี้ จะมีบำนาญเพิ่มพิเศษมาเพิ่มให้กับบำนาญของประกันบำนาญตามปกติ โดยมาจากโอกาสการได้รับเงินปันผลทุกปีก่อนเกษียณ 

เพียงแต่เงินปันผลนี้จะไม่สามารถนำออกมาใช้ก่อนเกษีณได้ เพราะจะผิดเงื่อนไขลดหย่อนของประกันบำนาญที่ห้ามมีเงินผลประโยชน์ออกมาใช้ก่อนเกษียณ ทำให้เงินปันผลจะถูกบังคับให้ฝากสะสมไว้ในกรมธรรม์ต่อไปตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายขณะนั้น

โดยก่อนถึงปีที่จะเกษียณ 1 ปี เช่น อายุครบ 59 ปี บริษัทจะนำเงินปันผลสะสมทั้งหมดในกรมธรรม์รวมดอกเบี้ย ออกมาซื้อประกันบำนาญ เช่น แบบจ่ายเบี้ย 1 ปีให้บำนาญถึงอายุ 99 โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้บำนาญเพิ่มพิเศษนี้มาเสริมบำนาญที่ได้รับตามปกติได้ และไม่ผิดเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของประกันบำนาญ

ซึ่งประกันบำนาญแบบที่ 3 นี้จะมีการลงทุนในพอร์ตประกันแบบมีเงินปันผล ที่มีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างหุ้น ผสมอยู่ประมาณ 20% ไม่ใช่เพียงตราสารหนี้อย่างเดียว จึงทำให้ผลตอบแทนการลงทุนในพอร์ตจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้นกว่าประกันปกติและทนต่อสภาวะดอกนโยบายขาลง จนกลายมาเป็นบำนาญเพิ่มพิเศษได้นั่นเอง

บำนาญปันผล 1

จากตารางของ ชายอายุ 45 ปี จะเห็นได้ว่าแบบประกันบำนาญนี้ การเสียชีวิตทั้งก่อนและรับบำนาญจะไม่ขาดทุนเบี้ยประกัน เพราะจะเป็นการคืนเบี้ยหักบำนาญที่จ่ายไปเป็นหลัก และเนื่องจากมีเงินปันผลเพื่อเพิ่มบำนาญให้ด้วย ที่หากพอร์ตที่บริษัทลงทุนสำหรับให้เงินปันผล มีอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 3%-4% ต่อปี ก็จะทำให้มีโอกาสเพิ่ม IRR ขึ้นได้อีกที่ 0.04%-0.27% (แตกต่างกันไปตามอายุเริ่มทำประกันบำนาญ)

บำนาญปันผล 2

จากตารางจะเห็นได้ว่า เบี้ยที่จ่ายต่อปี 266,155 บ. จะได้รับบำนาญที่ 240,000 บ. ต่อปี แบบการันตี และยังมีโอกาสได้รับบำนาญเพิ่มพิเศษคงที่อีก 2,021 - 15,405 บ. ต่อปี ขึ้นอยู่กับเงินปันผลที่สะสมมา อายุ 45-59 ปี

ดังนั้นแบบที่ 3 นี้ จึงมีทั้ง บำนาญที่การันตีตามสัญญา และ บำนาญเพิ่มพิเศษแบบไม่การันตี ขึ้นอยู่กับเงินปันผลสะสม และ ทำให้แบบที่ 3 นี้เหมาะกับคนที่ชอบแบบที่ 1 แต่ ต้องการเพิ่มบำนาญพิเศษ สำหรับออมไว้ใช้ต่อสู้กับเงินเฟ้อ ร่วมกับการลงทุน RMF/กองทุนรวม ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะนำเงินปันผลสะสมไปซื้อบำนาญตอนอายุก่อนเกษียณเพียง 1 ปี เบี้ยประกันบำนาญจะมีราคาสูงมาก บำนาญเพิ่มพิเศษที่ได้มาจึงอาจเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มทำประกันบำนาญร่วมด้วย โดยยิ่งทำประกันบำนาญแบบนี้เร็วเงินปันผลสะสมก็จะยิ่งมากขึ้น และมีโอกาสได้บำนาญเพิ่มพิเศษมากขึ้นเช่นกัน

*หมายเหตุ :   ทาง คปภ. ได้มีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับประกันบำนาญที่จะสามารถลดหย่อนภาษีส่วนประกันบำนาญได้ 

  • ของเดิม ต้องให้บำนาญทุกงวด คงที่ หรือ ทยอยเพิ่มขึ้น จนถึงอายุ 85 ปีขึ้นไป ไม่สามารถให้บำนาญงวดแรกมากกว่างวดต่อๆ ไปได้ 
  • ของใหม่ สามารถให้บำนาญงวดแรกสูงกว่าบำนาญงวดต่อๆ ไปที่เหลือได้ เพียงแต่จำนวนเงินของบำนาญงวดแรกนี้จะต้องไม่เกิน 30% ของทุนประกัน

จากประกาศนี้เองจึงทำให้ ประกันบำนาญแบบมีเงินปันผล สามารถคืนเงินปันผลสะสมทั้งหมดให้เป็นบำเหน็จในวันเกษียณได้ โดยไม่ต้องนำเงินปันผลสะสมนั้นมาทำประกันบำนาญต่อ ที่ไว้แปลงมาเป็นบำนาญเพิ่มทุกงวดเพื่อลดหย่อนภาษีตามประกาศเก่าได้

ดังนั้นในปี 2569 น่าจะมีแบบประกันบำนาญปันผลที่สามารถให้เลือกได้ว่า จะนำเงินปันผลสะสมไว้ไปทำอะไร ระหว่าง ให้เป็นบำเหน็จตอนวันที่เกษียณ หรือ ให้เป็นบำนาญเพิ่มพิเศษของบำนาญปกติทุกงวด

4. ประกันบำนาญให้ "บำนาญเพิ่มขึ้นตาม
ปีที่กำหนด และ ควบประกันชีวิต กับ ประกันสะสมทรัพย์" 
(ลดหย่อนได้เฉพาะส่วนประกันชีวิต 100,000)

แบบที่ 4 นี้จะมี เงินคืนระหว่างสัญญาก่อนเกษียณให้ด้วย ร่วมกับ เมื่อเสียชีวิตหลังเกษียณก็จะได้ ทุนประกันชีวิตด้วย

แบบนี้ทำขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อโต้แย้งที่ว่า

  • ประกันบำนาญไม่คุ้มครองชีวิตหลังเกษียณโดยเฉพาะเมื่อได้รับบำนาญเกินเบี้ยแล้ว จึงได้ควบประกันชีวิตเพื่อเพิ่มความคุ้มครองชีวิตเข้ามาด้วย เพื่อแก้ไขข้อโต้แย้งนี้ (แต่การควบประกันชีวิต ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนของประกันบำนาญโดยตรงส่วน 200,000 บ.)
  • ประกันบำนาญไม่มีเงินให้ใช้ก่อนเกษียณ จึงได้ควบประกันสะสมทรัพย์เพื่อให้มีเงินคืนออกมาตามปีที่กำหนดในช่วงก่อนเกษียณที่ยังไม่ได้รับบำนาญให้อีกด้วย (แต่การควบประกันสะสมทรัพย์ ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนของประกันบำนาญโดยตรงส่วน 200,000 บ. ได้เช่นกัน)

IRR ที่ได้ของแบบที่ 4 จะถูกกระทบโดยตรงจากการที่ต้องคุ้มครองชีวิต  แต่ก็จะได้เงินคืนเร็วจากประกันสะสมทรัพย์มาช่วยแทน อย่างไรก็ตามเบี้ยประกันจะค่อนข้างสูงจากการควบหลายแบบประกัน ทำให้ IRR ที่ได้อาจน้อยกว่าแบบอื่นได้ ๆ

สรุป ประกันบำนาญชีวิตสะสมทรัพย์

จากตารางของ ชายอายุ 45 ปี จะเห็นได้ว่า ประกันบำนาญแบบนี้ จะมีประกันชีวิตคุ้มครองที่ 4.8 ล้านบาทให้ทันทีตั้งแต่จ่ายเบี้ยปีแรก (200% ของทุน 2.4 ล้าน) แต่เมื่อเบี้ยสะสมเกิน 4.8 ล้าน ก็จะคุ้มครองชีวิตตามเบี้ยสะสมแทน  โดยหากอยู่ครบสัญญา ตอนอายุ 95 ปีจะได้รับบำนาญปีสุดท้ายเท่าทุนชีวิตที่ 2.4 ล้านบาท ถือเป็นบำนาญก้อนใหญ่ก้อนสุดท้าย

ตาราง ประกันบำนาญชีวิตสะสมทรัพย์
ตาราง ประกันบำนาญชีวิตสะสมทรัพย์ 2

จากตารางจะเห็นได้ว่า แบบประกันนี้จะมีเงินคืนออกมาให้ 54,000 บ. ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์แรก เหมือนกับประกันสะสมทรัพย์ รวมถึงบำนาญที่ได้รับทยอยเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละประมาณ 5% ซึ่งเป็นการไว้สู้กับเงินเฟ้อที่ดี

แบบที่ 4 นี้จึง หมาะกับผู้ที่ต้องการได้กระแสเงินสดทั้งก่อนและหลังเกษียณ มีการคุ้มครองชีวิตที่สูงทันทีตั้งแต่เริ่มจ่ายเบี้ยปีแรก มีบำนาญที่เพิ่มขึ้นไว้สู้กับเงินเฟ้อ และ สุดท้ายตอนครบสัญญามีบำนาญก้อนใหญ่สุดท้ายให้

อย่างไรก็ตามยากที่จะมีบริษัทประกันใด สามารถให้ความคุ้มค่าสูงสุดได้ทั้ง ประกันชีวิต ประกันบำนาญ และ ประกันสะสมทรัพัย์ ได้พร้อม ๆ กัน จึงทำให้การพิจารณาแยกทำประกันแต่ละแบบออกมาต่างกรมธรรม์กัน อาจจะได้ "ประกันรวมกันหลายกรมธรรม์" ที่คุ้มค่ากว่า "ประกันแบบควบรวมกันในกรมธรรมเดียว" ได้ 

*หมายเหตุ :   จากที่ คปภ. ได้มีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับประกันบำนาญที่จะสามารถลดหย่อนภาษีส่วนประกันบำนาญได้ รวมถึงให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 นั้น


ทำให้ ประกันบำนาญควบสะสมทรัพย์ที่มีเงินคืนครั้งแรกตอนวันที่เกษียณที่สูงกว่าบำนาญ (บำเหน็จ) จะสามารถลดหย่อนภาษีส่วนประกันบำนาญ 200,000 บ. ได้ จากที่แต่ก่อนจะลดหย่อนได้เฉพาะส่วนประกันชีวิต 100,000 บ. เท่านั้น

ดังนั้นในปี 2569 แบบประกันบำนาญที่ควบประกันสะสมทรัพย์แบบมีเงินคืนเป็นบำเหน็จในวันที่เกษียณจะเริ่มเปิดตัวในตลาดมากขึ้น และกลายเป็นอีกทางเลือกไว้เปรียบเทียบกับ ประกันบำนาญแบบมีเงินปันผลที่เลือกรับปันผลในรูปแบบบำเหน็จ

หรือ เป็นการเลือกระหว่าง บำเหน็จแบบการันตีจากประกันสะสมทรัพย์ที่ควบอยู่ในประกันบำนาญ กับ บำเหน็จแบบไม่การันตีจากเงินปันผล นั่นเอง

ปัจจัยที่ส่งผลให้เบี้ยประกันบำนาญสูงขึ้น

คำถามสำคัญ 4 release your risk

จากลักษณะของประกันบำนาญทั้ง 4 แบบที่กล่าวมา พบว่าปัจจัยที่จะส่งผลให้เบี้ยประกันบำนาญมีราคาสูงขึ้นจะมีดังต่อไปนี้

มีความคุ้มครองชีวิต "ก่อนเกษียณ" ที่สูงกว่าเบี้ยประกันหลายเท่าในทันทีที่ชำระเบี้ยปีแรก

มีความคุ้มครองชีวิต "หลังเกษียณ" ที่สูง หรือ ไม่ขาดทุนเบี้ยประกันแน่นอน เช่น 

  • เมื่ออยู่ครบสัญญาได้เงินก้อนตามทุนประกันชีวิตอีกก้อน (เป็นลักษณะของประกันบำนาญควบประกันชีวิต)
  • หากจากไปเร็วได้เบี้ยทั้งหมดคืนลบด้วยบำนาญที่จ่ายไปแล้ว

มีเงินคืนออกมาเรื่อย ๆ ทั้ง ก่อนที่จะรับบำนาญ และ/หรือ มีบำเหน็จให้ตอนอายุเกษียณพอดี

มีเงินปันผลสะสมทยอยเพิ่มในกรมธรรม์ทุกปี เพื่อใช้เปลี่ยนเป็นบำนาญพิเศษเพิ่มขึ้นจากบำนาญปกติอัตโนมัติตอนเกษียณ

มีจำนวนปีชำระเบี้ยที่น้อย เช่น 1-5 ปี เนื่องด้วยบริษัทประกันจะเฉลี่ยความเสี่ยงด้านการลงทุนด้วยระยะเวลา ได้น้อยกว่าแบบชำระเบี้ยหลายปี

มีจำนวนปีจ่ายบำนาญที่นาน เช่น ถึงอายุ 99-100 ปี เนื่องด้วยบริษัทประกันจะต้องรับความเสี่ยงระยะยาวที่มากกว่า เพื่อคงแก่นของประกันบำนาญให้ได้มากที่สุด (ประกันบำนาญต่างประเทศจะมีจ่ายบำนาญได้นานถึงตลอดชีวิตที่เกินกว่า100 ปีได้)

มีอายุเริ่มทำประกันบำนาญ ที่ใกล้อายุเกษียณมาก ด้วยเพราะมีระยะเวลาให้เงินเติบโตได้น้อยกว่า

เพศหญิง เบี้ยประกันบำนาญจะสูงกว่า เพศชายเสมอ เนื่องจากอัตรามรณะเพศหญิงน้อยกว่าเพศชาย จึงทำให้เพศหญิงมีโอกาสได้รับบำนาญจากบริษัทประกันนานกว่าเพศชาย

เป้าหมายของบริษัทประกัน หากบริษัทประกันมีเป้าหมายไม่เน้นที่ประกันบำนาญ หรือ กำลังปรับฐานประกันบำนาญใหม่หลังจากปิดรับสมัครประกันบำนาญที่ให้ผลตอบแทนสูง

สรุปควรเลือกประกันบำนาญแบบใด

คำถามสำคัญ 6 release your risk

จากปัจจัยทั้งหมดนี้เอง การพิจารณาเลือกประกันบำนาญจึงมีความคล้ายคลึงกับการเลือกประกันโรคร้ายแรง ตรงที่ยิ่งแบบประกันตอบข้อโต้แย้งทางตลาดมากขึ้นเท่าใด มักยิ่งส่งผลเสียต่อผู้ทำประกันมากขึ้นเท่านั้น

สิ่งสำคัญ คือ จะต้องไม่หลุดจากจุดประสงค์ของประกันบำนาญ ที่เป็นการทำให้มั่นใจว่าจะมีรายได้เข้ามาทุกปีแม้ว่าอายุขัยจะยืนยาวอย่างไร และ มีกลไกการทำงานที่ช่วยส่งเสริมวินัยทางการเก็บเงินสำหรับการวางรากฐานให้แผนเกษียณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทุกแบบประกัน หรือ ทุกเครื่องมือการเงิน จะมีจุดประสงค์เฉพาะหลักของตนเอง การเลือกเครื่องมือการเงินที่ตรงกับจุดประสงค์ มักจะทำให้ประหยัดได้มากกว่า การเลือกเครื่องมือแบบ All in One ที่เน้นทุกอย่างในทุกข้อโต้แย้งทางการตลาด 

ดังนั้นการเลือกประกันบำนาญจึงควรเข้าใจ "ที่มาที่ไป" ของแบบประกันบำนาญนั้นจริงๆ และที่สำคัญคือต้อง ทราบเป้าหมายในการทำประกันบำนาญของตนเอง เพื่อสามารถเปรียบเทียบแบบประกันบำนาญต่างๆ ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

โดยสามารถแบ่งจุดประสงค์ของการทำประกันบำนาญออกเป็น 3 Level ด้วยกันดังต่อไปนี้

จุดประสงค์ของ "การทำประกันบำนาญ"

ระดับการทำประกันบำนาญ

LEVEL 1 : ทำประกันบำนาญเพื่อลดหย่อนภาษี

เริ่มเห็นศักยภาพของประกันบำนาญ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะออมเกษียณอย่างจริงจัง จึงยังไม่ได้เก็บเงินไว้เกินกว่าสิทธิลดหย่อนที่มี โดยมักเลือกประกันบำนาญด้วยกำหนดให้เบี้ยเท่ากันแล้วพิจารณาว่าแบบใดให้บำนาญได้มากกว่า

เปรียบเทียบประกันบำนาญเบี้ยเท่ากัน A3

LEVEL 2 : ทำประกันบำนาญเพื่อช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ

มักเกิดขึ้นหลังจากมีประกันสุขภาพ กับ มีประกันบำนาญเพื่อลดหย่อนภาษีแล้ว และกำลังวางแผนให้ประกันบำนาญสามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้อย่างจริงจัง การพิจารณาประกันบำนาญจึงพิจารณาว่าแบบประกันบำนาญใดจ่ายเบี้ยรวมน้อยที่สุดแต่ได้รับบำนาญครอบคลุมเบี้ยประกันสุขภาพรวมทั้งหมดตอนเกษียณได้

ประกันบำนาญ85
ประกันบำนาญ99 e1765689883270

LEVEL 3 : ทำประกันบำนาญเพื่อเป็นรากฐานให้แผนเกษียณ

มักเกิดขึ้นตามหลัง Level 1 หรือ Level 2 โดยผ่านการคำนวณ และ วางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายตอนเกษียณมาเป็นอย่างดีว่าควรจะต้องมีประกันบำนาญเป็นรากฐานเท่าใด จากนั้นจะกำหนดบำนาญต่อปีที่ต้องการ แล้วพิจารณาว่าแบบประกันบำนาญใดจะใช้เบี้ยประกันรวมน้อยที่สุด และ ได้รับบำนาญนานที่สุด

เปรียบเทียบPLL AIA BLA บำนาญเบี้ย 10 ปี 1

บทสรุปประกันบำนาญ

สรุปประกันบำนาญ
  • บทความนี้ได้ทำให้ท่านได้เห็นว่า
    • ประกันบำนาญเป็นรากฐานสำคัญของแผนเกษียณที่สามารถทนต่อพายุโหมกระหน่ำทางเศรษฐกิจได้
    • ประกันบำนาญแบบต่างๆ ที่มีในปัจจุบันมีกี่แบบ 
    • ควรเลือกประกันบำนาญแบบใดเพื่อให้ตรงกับความต้องที่สุด
    • เงื่อนไขข้อจำกัดของประกันบำนาญใดที่ต้องเข้าใจก่อนเลือกใช้งาน
  • อย่างไรก็ตามบทความนี้ยัง
    • ไม่ได้เจาะลึกถึงวิธีที่บริษัทประกันใช้ในการพัฒนาแบบประกันบำนาญ (เช่น วิธีการต่อสู้กับขาลงของดอกเบี้ยนโยบาย) 
    • ไม่มีตัวอย่างเปรียบเทียบประกันบำนาญแต่ละบริษัท
    • ไม่มีตัวอย่างตารางเบี้ยจริงๆ
  • ดังนั้นเพื่อช่วยให้ท่านได้เลือกแบบประกันบำนาญที่ตรงความต้องการได้มากขึ้น ในบทความถัดไป จะช่วยให้ท่าน
    • เข้าใจที่มาของสร้างพัฒนาแบบประกันบำนาญ
    • ทราบว่าควรเลือกจ่ายเบี้ยสั้นหรือยาว จากตารางเบี้ยจริงๆ
    • ได้เห็นตัวอย่างการเปรียบเทียบประกันบำนาญแต่ละบริษัท

คลิกปุ่มด้านล่าง เพื่อเปิดเผยที่มาที่ไปของแบบประกันบำนาญในยุคปัจจุบันที่ดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาลงอีกครั้ง และเสี่ยงต่อการปิดแบบประกันบำนาญที่ให้ผลตอบแทนสูง

เริ่มวางรากฐานให้กับ "แผนเกษียณ" อย่างจริงจัง

ด้วย Framework การใช้เครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

"ตน (ในปัจจุบัน) แลเป็นที่พึ่งของตน (ในอนาคต)"

เกี่ยวกับผู้เขียน

  • แอนนี่ค่ะ2

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน ซึ่งในหลายครั้งกว่าจะรู้และเข้าใจก็อาจจะสายไปแล้ว และนี้คือสาเหตุใหญ่ที่ทางเรา จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยให้ความรู้ทางการเงินที่ดีและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ ผ่านเว็บไซต์ Release your Risk ที่ต้องการให้ทุกคนได้ปล่อยความเสี่ยงที่ตนเองถือไว้อยู่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินด้วยความเข้าใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

>
Scroll to Top

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ตกลงทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก