Release Your Risk
เปิดเผยกลยุทธ วางรากฐาน ให้ "แผนเกษียณ" ผ่านการลดหย่อนภาษีด้วย ประกันชีวิต / ประกันบำนาญ / RMF ที่ ประหยัดเงินได้กว่าหลักล้าน โดยไม่ถูก "ระเบิดเวลา" ของชีวิตและเครื่องมือการเงินเล่นงาน
เมื่อภาษีส่วนบุคคลเป็นหน้าที่ที่ยากจะหลีกหนี

*รายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายพื้นฐานสูงสุด 160,000 บ.
เรียน
- ท่านที่ต้องเสียภาษีใกล้เคียงกับรายได้หรือเงินเดือน 1-2 เดือนขึ้นไป โดยที่ไม่แน่ใจว่าเงินภาษีที่เสียไปจะได้ย้อนกลับมาหาท่านบ้างหรือไม่
- ท่านที่อยากเลือกจ่ายให้ตนเองในอนาคตมากกว่าการจ่ายให้ภาษี แม้ต้องใช้เงินมากกว่าภาษีที่ต้องเสียก็ตาม โดยใช้เครื่องมือลดหย่อนภาษีต่าง ๆ
- ท่านที่ไม่แน่ใจว่า การจ่ายให้ตนเองผ่านเครื่องมือลดหย่อน นั้นมาถูกทางหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ให้ได้ลดหย่อนภาษี แล้วรอถูกเอาคืนด้วยระเบิดเวลาของชีวิตและเครื่องมือลดหย่อนเหล่านี้
ทุก ๆ ปี ท่านได้พัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน พัฒนาบริษัท ใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และ เวลาจำนวนมาก เพื่อให้มีรายได้ที่สูงมากขึ้น และ หวังว่าชีวิตก็จะดีขึ้นเช่นกัน
แต่ความเป็นจริงเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ท่านอาจพบว่า ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดทั้งปี หรือหลายปีนั้น ได้กลายเป็นระเบิดของค่าใช้จ่าย เพื่อมาชดเชยให้กับความเหนื่อยแบบไม่จำกัด หรือ ไม่มีกรอบวินัยทางการเงินมาควบคุม
จนเมื่อถึงท้ายปี เงินที่เหลืออาจเหลือน้อยกว่า ก่อนที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเสียอีก แถมยังถูกโจมตีซ้ำด้วยภาษีส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ไม่ต่างอะไรกับการถูกปล้นเงินไปกว่า 1-2 เดือนหรือมากกว่า และทำให้ไม่เหลือเงินที่จะลดหย่อน จึงต้องยอมจ่ายภาษีอย่างเดียวไปอีกปี โดยที่ไม่มีอะไรการันตีเลยว่าชีวิตในอนาคตจะดีขึ้นจากภาษีที่เสียไป

มาถึงตอนนี้ทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เผลอใช้ไป และ ภาษีจำนวนมาก ท่านจึงตัดสินใจว่าจะเริ่มเก็บเงินและลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปอย่างจริงจัง รวมถึงอยากเริ่มวางแผนเกษียณที่จะได้จ่ายให้ตนเองในอนาคตบ้าง ไม่อยากจ่ายภาษีให้ภาครัฐอย่างเดียวไปตลอด เพราะไม่อยากเหนื่อยแบบนี้ต่อไปโดยเฉพาะในตอนสูงอายุ


และนั่นจะทำให้ท่านได้เริ่มเข้าสู่แดนสนธยาของโลกเครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ที่มีทั้งประกันและกองทุนรวมจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน
โดยเฉพาะกับประกันที่หาข้อมูลเชิงลึกเปรียบเทียบได้ยาก เนื่องจากการตลาดมักจะเน้นเป็นแบบ เปิดประเด็นขึ้นมาให้สนใจ แล้วค่อยนัดพูดคุยลงรายละเอียด มากกว่าจะให้ข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่ในเว็บไซต์
สุดท้ายด้วยความซับซ้อนของเครื่องมือลดหย่อนเหล่านี้ และการหาตัวแทนที่รู้สึกเชื่อใจได้ยาก ท่านจึงมักจบลงที่เลือก ประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยปีเดียวที่มีความซับซ้อนน้อยที่สุด หรือ เลือกลงทุนใน RMF ที่เน้นซื้อกองที่คนนิยมในปีนั้นกระจายแตกต่างกันไปในแต่ละปีแบบไม่มีกลยุทธ เพียงเพื่อให้ได้ลดหย่อนภาษีเท่านั้น

และ จึงทำให้การวางแผนเกษียณถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง แล้วยังคงอยู่ในวงจร เหนื่อยมาก ใช้เงินเยอะ ทำงานหนักเพิ่มขึ้น ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ แบบที่ไม่รู้ว่าวงจรนี้จะจบลงเมื่อใด เว้นแต่ร่างกายและจิตใจจะพังลงเสียก่อน
ทางออกเดียวที่ท่านจะเริ่มหลุดออกจากวังวนนี้ได้ คือ ความตั้งใจที่จะวางแผนเกษียณอย่างจริงจังจริง ๆ และ พร้อมที่จะสละเวลาลงมือ หาข้อมูล ศึกษาทำความเข้าใจเงื่อนไขของเครื่องมือลดหย่อนภาษีเหล่านี้ เพื่อใช้ทุกเครื่องมือที่ได้ส่วนลดนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานของแผนเกษียณให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามการจัดทีมเครื่องมือการเงินในปัจจุบัน มักนิยมให้มีแต่เฉพาะกองหน้า หรือ การลงทุนให้เงินทำหน้าที่เติบโตเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีกองกลาง กองหลัง หรือ แม้แต่ผู้รักษาประตูมืออาชีพ ด้วยเพราะการลงทุนมีเครื่องมือที่ช่วยหาข้อมูลและเลือกเปรียบเทียบได้ง่ายกว่าเครื่องมือประกัน โดยเฉพาะฝั่งประกันชึวิต


สุดท้ายทีมเครื่องมือการเงินที่ได้ จึงยากที่จะไปถึงแชมป์ หรือ เกษียนได้สำเร็จ เพราะคู่ต่อสู้ หรือ ชีวิต คงไม่ปราณีให้กับทีมที่มีแต่กองหน้าอย่างเดียวแน่นอน ซึ่งรวมไปถึงการไม่ปราณีให้กับทีมที่ได้เพิ่มกองกลาง กองหลัง ผู้รักษาประตูมืออาชีพ เข้าไปแล้ว แต่ไร้แผนการทำทีมหรือกลยุทธที่ดี
แล้วแบบนี้ท่านควรจะจัดทีมเครื่องมือลดหย่อนอย่างไร เพื่อวางรากฐานจากส่วนลดที่ได้นี้ให้นำไปสู่การเป็นแชมป์ หรือ การเกษียณได้สำเร็จ
เพราะคำกล่าวที่ว่า "เกมรุกทำให้คุณชนะ เกมรับทำให้คุณเป็นแชมป์" นั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะกับเกมชีวิตที่การแพ้เพียงครั้งเดียว อาจส่งผลที่ร้ายแรงได้อย่างคาดไม่ถึง แล้วแบบนี้จะต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ให้แพ้ หรือ อย่างน้อยขอแค่ให้เสมอ
Release your Risk อาจมีทางออกให้กับท่านได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ทำไมแผนเกษียณจึงต้องใช้เครื่องมือลดหย่อนภาษีร่วมกัน
เมื่อพูดถึงแผนเกษียณ โดยส่วนใหญ่มักจะมองไปที่การลงทุนเป็นหลักเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เครื่องมือการเงินที่เลือกใช้จะเน้นที่การลงทุนที่ลดหย่อนภาษีได้อย่าง ประกันสะสมทรัพย์/RMF/THAIESG เท่านั้น ทำให้ได้แผนเกษียณตามรูปแบบด้านล่างนี้
แผนเกษียณแบบ unhedged ความผันผวนของชีวิต

ความผันผวนในชีวิต (ไอคอนสีสืส้ม) ที่คอยแย่งเงินเตรียมเกษียณออกไปแบบไม่คาดคิดอยู่เรื่อยๆ
โดยแผนเกษียณแบบ Unhedged ที่เริ่มได้รับความนิยมในปัจจุบันจะเน้นในลักษณะของ Multi-Portfolio อย่าง Time Segmentation ที่จะแบ่งช่วงอายุเกษียณออกเป็นช่วง ๆ
และเลือกความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนแต่ละพอร์ตให้สอคคล้องกับช่วงเวลาที่จะเริ่มใช้เงิน เช่น พอร์ตเสี่ยงสูงสำหรับอีกนานกว่าจะใช้เงิน และ พอร์ตเสี่ยงต่ำสำหรับหากใกล้จะใช้เงินหรือกำลังใช้เงินอยู่
ตัวอย่าง อายุ 35-40 ปี ลงทุนในพอรต์เกษียณแต่ละพอร์ต
อายุใช้เงิน
45-55 ปี
56-70 ปี
71-85 ปี
86-100 ปี
101+ ปี
พอร์ตเสี่ยง
ต่ำ
กลาง
สูง
สูง
สูงมาก
ลดหย่อน
THAIESG
RMF
อาจเกินสิทธิ
อาจเกินสิทธิ
เกินสิทธิ
ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับในปัจจุบันที่มี กองทุนรวมแบบ Global Asset Allocation ให้ได้เลือกใช้ตามระดับความเสี่ยง สูง กลาง ต่ำ ที่ต้องการได้ทันที ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดพอร์ตการลงทุนไปได้อย่างมาก
ที่สำคัญ กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศแบบนี้ มักทำ Hedging ความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินไว้ด้วย กล่าวคือ มีการแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาจัดการกับความผันผวนของค่าเงิน โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในระดับกองทุนรวม
อย่างไรก็ตามในระดับแผนเกษียณที่เป็นภาพใหญ่กว่ากองทุนรวม กลับมักไม่ได้ใช้ประโยชน์จากแนวคิด Hedging อย่างที่ควรจะเป็นตามภาพด้านล่างนี้เท่าใดนัก จึงทำให้แผนเกษียณถูกเล่นงานจากความผันผวนของชีวิตได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นจาก อุบัติเหตุ เจ็บป่วย พิการ โรคร้าย ขาดรายได้หลังเกษียณ
แผนเกษียณแบบ hedged ความผันผวนของชีวิต

มีโล่ห์จากประกันต่างๆ คอยปกป้องเงินเตรียมเกษียณถูกนำออกไปใช้เพราะความผันผวนชีวิต
ทั้งๆ ที่มีเครื่องมือทำ Hedging ของชีวิตอย่าง ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันทุพพลภาพ ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันบำนาญ ที่สามารถช่วยป้องกันความผันผวนของชีวิตได้ แถมยังสามารถลดหย่อนภาษีได้อีกด้วยอยู่แล้ว
ทำให้เกิด แผนเกษียณแบบ Hedged ขึ้นมา ผ่านการ แบ่งเงินลงทุนบางส่วนมาใช้กับเครื่องมือ ประกัน สำหรับ จัดการ/คุ้มครอง ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับชีวิตในแบบที่แผน Unhedged ไม่มี ซึ่งช่วยลดความกังวลใจของชีวิตลงได้อย่างมาก
และทำให้เครื่องมืออย่าง ประกัน ดูน่าสนใจขึ้นมาพอสมควรสำหรับใช้ในการวางรากฐานให้แผนเกษียณนี้
ไม่ใช่เพียงการลงทุนที่ซับซ้อน แต่ประกันเองก็ซับซ้อนมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเครื่องมือประกันนั้น เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเงินที่มีเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจจำนวนมากก่อนตัดสินใจทำสัญญา แต่กลับไม่มีข้อมูลที่เปิดเผยเข้าถึงเปรียบเทียบได้ง่ายแบบกองทุนรวม
จึงทำให้ "ประกัน" เป็นหนึ่งใน ระเบิดเวลา แห่งความขัดแย้ง โดยเฉพาะกับผู้ทำประกันที่เน้นเพียงความเชื่อใจตัวแทน โดยไม่ได้ทำความเข้าใจเงื่อนไขของผลประโยชน์ก่อนที่จะทำสัญญา ส่งผลให้เมื่อถึงเวลาต้องใช้งานจริงกลับใช้งานไม่ได้อย่างที่คิด
ระเบิดเวลา ลักษณะนี้ ได้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของประกันมานับไม่ถ้วน และทำให้จากที่ประกันจะช่วยลดความผันผวนของชีวิต กลับกลายมาเพิ่มความเครียดให้กับชีวิตแทน (ยังไม่นับรวมถึงปัญหาว่าควรต้องมีประกันกี่เล่มหรือกี่แบบดี)
ด้วยปัญหาเหล่านี้เอง จึงได้กลายมาจุดเริ่มต้นสำคัญให้ทาง Release your Risk ได้ออกหาความรู้ในการป้องกัน ระเบิดเวลา เหล่านี้ เพื่อให้ได้แผนเกษียณที่มั่นคงที่สุด
ข้อมูลเครื่องมือประกันหามาไม่ได้ง่ายนัก แต่จำเป็นต้องใช้ทั้งเงินและเวลาจำนวนมากเพื่อเข้าไปเอามา

ปี 2018 ทาง Release your Risk เอง ไม่สามารถหาข้อมูลและคำตอบที่ครบถ้วนแบบไม่ตะขิดตะขวงใจของเครื่องมือประกันได้
จนเสมือนข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับที่คนในไม่อยากให้คนนอกรู้โดยสาธารณะ เพราะเท่าที่หาบนอินเตอร์เน็ตหรือนัดพูดคุยกับตัวแทนส่วนหนึ่ง จะหาได้เพียงข้อมูลระดับหลักการ หลักแนวคิด หรือ การยืนข้างเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น
สุดท้ายทางเราจึงได้ตัดสินใจสมัครสอบเป็นตัวแทน เพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องมือประกันนี้อย่างเต็มตัว โดยหวังจะได้ข้อมูลสำคัญและคำตอบที่ต้องการมาให้ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมแล้ว ข้อมูลที่ได้จากการอบรมหลายร้อยชั่วโมงในหลายคอร์ส หลายผลิตภัณฑ์ หลายการสอบใบอนุญาต หลายการสอบคุณวุฒิทางวิชาชีพ และหลายการสัมมนาสำหรับการต่ออายุใบอนุญาตกับคุณวุฒิทางวิชาชีพ
จะเป็นเพียงข้อมูลระดับเบื้องหน้า เช่น ข้อมูลด้านหลักการ กฏหมาย เงื่อนไข ข่าวสาร สูตรคำนวณ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิธีการขาย วิธีการวางแผนเรื่องต่าง ๆ เป็นต้น จะไม่ได้มีข้อมูลเบื้องหลัง ที่ไปที่มา ข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ การประยุกต์ใช้งานร่วมกันใด ๆ
แต่ถึงแม้การอบรมไม่สามารถให้คำตอบที่ต้องการได้ แต่กลายเป็นว่า ประสบการณ์การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าที่ทยอยสะสมมาตั้งแต่ปี 2018 ด้วยการออกแบบแผน แก้ไข รื้อทำใหม่ ปรับปรุงเพิ่มเติม ทำเครื่องมือคำนวณต่างๆ กลับเป็นผู้ที่ให้คำตอบการวางแผนเกษียณนี้ได้แทน
FRAMEWORK การใช้เครื่องมือลดหย่อนภาษีวางแผนเกษียณ
ถึงอย่างนั้นคำตอบที่ได้ก็ ฟันธงไม่ได้ว่า เครื่องมือแบบไหน หรือ จากบริษัทใด จะดีที่สุดในทุกอย่าง เพราะแต่ละแบบล้วนมี ข้อดี ข้อจำกัด รวมถึงจุดยืน หรือจุดเด่น ที่บริษัทนั้นๆ เลือกใช้แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตามจากการทำการบ้านเปรียบเทียบเครื่องมือประกันแต่ละบริษัทอย่างหนัก นั้นพบว่า ยากมากที่บริษัทใดจะสามารถชนะได้ในทุกหมวด ที่ทาง Release your Risk ได้แบ่งหมวดออกมา (ประกันชีวิตโรคร้าย ประกันสุขภาพ ประกันบำนาญ) นั้นหมายความว่า หากเลือกบริษัทที่เป็นอันดับต้นๆ ในหมวดนั้นตอนช่วงเวลานั้น มาประกอบกันได้ครบทุกหมวด ก็จะมีโอกาสได้กลุ่มเครื่องมือที่ดีที่สุดออกมาได้นั่นเอง
และเพราะการแบ่งหมวดนี่เอง ทำให้ทาง Release your Risk ได้ตัดสินใจให้คำตอบออกมาในรูปแบบของ Framework ที่ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจเลือกเครื่องมือมาใส่ใน Framework ได้เอง ว่าชอบและถูกใจเครื่องมือแบบไหนจากบริษัทใดมากที่สุด
โดยภายใน Framework จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน โดย 2 ส่วนแรกจะเป็น Hedging การป้องกัน (ไม่ควรใช้งบเกินรายได้เฉลี่ยจำนวน 2 เดือนต่อปี) และ 2 ส่วนหลังจะเป็นการเตรียมเกษียณที่งบแยกต่างหากตามวินัยทางการเงิน
ทั้งนี้แต่ละส่วนจะมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนของตนเอง ทำให้ถ้าเป็นประกันจะต้องมีอย่างน้อย 1 กรมธรรม์จากหนึ่งบริษัท ที่จะเป็นตัวหลักให้กับ Framework ส่วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจากที่มีจุดยืนตรงกัน ความชอบ หรือ มองว่าคุ้มค่ามากที่สุดก็ตาม
หมายเหตุ : คปภ. กำหนดให้ กรมธรรม์ประกันชีวิต 1 เล่ม จะต้องประกอบไปด้วย สัญญาหลักประกันชีวิต ที่สามารถแนบ อนุสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองได้ ดังต่อไปนี้
จากข้อกำหนดดังกล่าว จึงทำให้ได้รูปแบบของ Framework สำหรับให้เงินได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ อย่างครบถ้วนแผนเกษียณ ตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง ดังต่อไปนี้
ส่วน Hedging ป้องกันความผันผวนของชีวิตให้แคล้วคลาด หรือ เปลี่ยนหนักให้เป็นเบา

งบประมาณส่วนนี้ไม่ควรเกินรายได้ 2 เดือนต่อปี ตามความจำเป็น
Hedging ป้องกันความผันผวนของรายได้ที่อาจโชคร้ายต้องหายไป

สามารถคลิกที่ Button ใน Framework เพื่อดูตัวอย่างของเครื่องมือได้
เป็น Hedging ที่ควรทำเป็นลำดับแรก
- เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วอาจส่งผลให้ขาดรายได้ที่เคยมีทั้งหมดในทันทีเป็นเวลานานหรือตลอดไป และ อาจเลวร้ายถึงขึ้นล้มละลายได้ ทั้งต่อตนเองและครอบครัว
- การคำนวณทุนประกัน จะทำให้ได้กลับมาพิจารณารายรับรายจ่ายที่มีอยู่ และ ได้เริ่มทำงบประมาณการใช้จ่าย ที่มีความจำเป็นอย่างมากในการวางรากฐานให้แผนเกษียณ
Hedging ป้องกันความผันผวนของค่ารักษา โดยเฉพาะค่ารักษาโรคร้ายแรง

สามารถคลิกที่ Button ใน Framework เพื่อดูตัวอย่างของเครื่องมือได้
เป็น Hedging ที่ควรทำเป็นลำดับที่สอง
- เป็นเหตุการณ์ที่มีทั้งรุนแรงทั่วไป ไปจนถึง รุนแรงสูงมาก โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นโรคร้ายแรง หรือ ประสบอุบัติเหตุรุนแรง
- คาดการณ์ค่ารักษาได้ยาก การ Hedging ส่วนนี้ จึงทำให้อย่างน้อยได้ทราบว่าต้องใช้เงินเท่าไร และ ลดความผันผวนของค่ารักษา รพ.เอกชน ลงได้อย่างมาก
- การรักษาที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ การดูแลรักษาควรต้องดูแลทั้งด้านจิตใจ ร่วมกับด้านร่างกาย และทั้งหมดนี้จำเป็นต้องใช้เงินมากกว่า สวัสดิการภาครัฐปกติ
ส่วน การเก็บเงินและการลงทุน เพื่อชีวิตเกษียณที่สุขกายสบายใจ

งบประมาณส่วนนี้แยกจากส่วน Hedging โดยขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและวินัยการออม
เตรียมพร้อมค่ารักษา หรือ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณ

สามารถคลิกที่ Button ใน Framework เพื่อดูตัวอย่างของเครื่องมือได้
เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับที่สาม
- โดยจะเริ่มเห็นถึงสภาพคล่องที่เหลือ หลัง Hedging การป้องกัน ร่วมกับ วินัยการเก็บออมที่มี ว่าจะสามารถเตรียมออมส่วนนี้ได้ด้วยงบประมาณเท่าใดดี จึงจะไม่หนักเกินไป หรือ ควรต้องหารายได้เพิ่ม
- อายุที่มักตรวจพบโรคร้ายแรงโดยเฉพาะกับมะเร็ง คือ อายุ 55-60 ปี ซึ่งอาจต้องรักษาต่อเนื่องไปตลอดชีวิต การมีประกันสุขภาพไว้ดูแลได้ตลอดการเกษียณ (โดยไม่ต้องยกเลิกไปก่อนด้วยเบี้ยที่สูงมากตอนสูงอายุ) จึงจำเป็นอย่างมาก
- สิทธิลดหย่อนภาษี RMF + PVD/กบข. + ประกันบำนาญ ได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บ. ซึ่งมักจะมากพอที่จะวางแผนส่วนนี้ได้ เพื่อลดความกังวลต่อเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณที่สูงขึ้นมาก (เบี้ยรวมหลัก 10+ ล้านบาท และ เป็นตารางตายตัวขอส่วนลดกว่าปกติไม่ได้)
- การวางแผนการลงทุน RMF ด้วยวิธี Multi-portfolio Time Segmentation จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มอัตราความอยู่รอดของกองุทน รวมไปถึงการคัดเลือกประกันบำนาญที่ให้บำนาญได้สูงด้วยเบี้ยที่ประหยัดกว่า ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
- ดังนั้นการคำนวณ หางบประมาณที่ต้องใช้ต่อปี หาสัดส่วนระหว่าง RMF+ประกันบำนาญ ที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องสำคัญ และ ควรทดสอบด้วยการทำ Monte Carlo Simulation โดยเฉพาะหากเกิดสภาวะตลาดขาลงในวันที่เกษียณพอดี
เตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายตอนเกษียณทั้ง NEEDs / WANTs

สามารถคลิกที่ Button ใน Framework เพื่อดูตัวอย่างของเครื่องมือได้
เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับที่สี่
- โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะต่างกับตารางเบี้ยประกันสุขภาพ ที่สามารถปรับเปลี่ยน หรือ ปรับตัวตามสถานการณ์การเงินได้ ในขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพเบื้องต้นแล้วเป็นตารางตายตัว ไม่สามารถปรับเปลี่ยน หรือ ขอส่วนลดใดๆ เป็นพิเศษได้
- ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักส่งผลให้ต้องหารายได้เพิ่ม หรือ ต้องปรับความต้องการ หรือ ต้องปรับงบประมาณการใช้จ่ายในปัจจุบันลง รวมถึงมีโอกาสเกิน สิทธิลดหย่อนภาษี RMF+PVD/กบข.+ประกันบำนาญ 500,000 บ. สูง
- การคำนวณ หางบประมาณที่ต้องใช้ต่อปี หาสัดส่วนประกันบำนาญที่นำมาผสมกับการลงทุนที่เหมาะสม รวมถึง หาแผนค่าใช้จ่ายตอนเกษียณที่เพียงพอ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

จาก Framework ทั้ง 4 ส่วนนี้เอง จะเห็นได้ว่า ยิ่งลงมือทำเร็วขึ้นเท่าใด ยิ่งทำให้ได้ฝึกแยกค่าใช้จ่ายระหว่าง NEEDs (ตามความจำเป็น) กับ WANTs (ไม่มีที่สิ้นสุดมักเฟ้อตามรายได้ที่มี) ออกจากกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเกษียณเร็วขึ้นเท่านั้น (รากฐานสำคัญของแผนเกษียณ)
ซึ่งจะส่งผลต่อทั้ง วินัยการเงิน การเก็บออมเงิน รวมถึงการตั้งงบประมาณเพื่อจำกัดการเฟ้อของ WANTs ลงได้ ที่หากเริ่มช้าความเสี่ยงการเป็นหนี้บริโภคก็ยิ่งสูง แต่หากเริ่มเร็วก็มีโอกาสที่จะตอบได้ว่าต้องหาเงินอีกเท่าไรจึงจะพอเกษียณได้ เร็วขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Framework เพียงช่วยให้เห็นกลยุทธการใช้เครื่องมือลดหย่อนภาษีร่วมกันแบบภาพรวมเท่านั้น โดยจะยังเหลือ วิธีเลือกเครื่องมือการเงินมาใส่ลงใน Framework รวมไปถึงการคำนวณต่างๆ ที่เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ดังเคล็ดลับ 3 ขั้นตอนต่อไปนี้
เคล็ดลับในการเลือกเครื่องมือที่จะนำมาใช้ใน Framework


เคล็ดลับ 3 ขั้นตอนสำคัญ
ขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูลจุดประสงค์ที่ไปที่มาของเครื่องมือ

ขั้นตอนเปรียบเทียบเครื่องมือเชิงตัวเลข
ขั้นตอนเลือกตัวแทนผู้แนะนำให้ความรู้ และ ดูแลประสานงาน

การทำสัญญาโดยเฉพาะ ประกัน มักจะประกอบด้วยกัน 3 ฝ่าย คือ ผู้สมัคร กับ ผู้รับสมัคร ที่มี ตัวแทน ช่วยประสานงานในแต่ละขบวนการการทำสัญญา ดังต่อไปนี้
- ก่อนยื่นสมัคร ผู้สมัครจะเป็นผู้เลือกสัญญาที่สนใจได้อย่างเต็มที่ จากข้อมูลที่ตัวแทนได้จัดเตรียมและทำการบ้านมาอย่างหนักของแบบประกัน ทั้งจุดประสงค์ จุดเด่น ข้อจำกัด รวมไปถึงข้อมูล การยื่นสมัคร และ ภายหลังการรับสมัคร
- ตอนยื่นสมัคร บริษัทจะเป็นผู้พิจารณาเลือกผู้สมัคร จากทั้งสุขภาพปัจจุบัน รายได้ และแหล่งที่มาของรายได้ ตามที่ตัวแทนได้แจ้งเกี่ยวกับ ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ แนวทางการพิจารณา และ ประสานงานโต้แย้งผลการพิจารณาหากมี
- หลังรับสมัคร ทั้งบริษัทและผู้สมัครต้องทำตามสัญญาและเงื่อนไขที่ได้รับทราบมาตั้งแต่แรก โดยมีตัวแทนประสานงานอำนวยความสะดวกด้านข้อมูล เอกสาร หรือ การโต้แย้งหากมี
ทำให้การเลือก ตัวแทน/ผู้แนะนำ จะควรพิจารณาจากการทำ หน้าที่ของตัวแทน และ ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ ความแม่นความเข้าใจในข้อมูลในเงื่อนไขของสัญญา มากกว่า การที่ดูน่าเชื่อถือ Halo Effect เพียงอย่างเดียว
เพราะอาจทำให้เกิดการทำสัญญาในแบบที่อันตรายที่สุดในโลกการเงินอย่าง การทำสัญญาด้วยเพียง ความเชื่อใจ กับ ทำสัญญาด้วยเพียง ความน่าสนใจของตัวเลขทางการตลาดเท่านั้น
- ทำการบ้านอย่างหนัก โดยใช้ทั้ง เวลา และ ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ร่วมกับประสบการณ์ในการดำเนินการจริง เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล การจัดทำบทความอธิบายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เช่น
- วิธีการแถลงสุขภาพ
- เงื่อนไขความคุ้มครอง
- ข้อยกเว้นความคุ้มครอง
- คาดการณ์ผลการพิจารณา
- แนวทางการโต้แย้ง
- ขั้นตอนการเคลมประกัน
- ข้อควรระวัง
- การจัดทำแบบฟอร์มการรับข้อมูลสำหรับออกใบสมัคร ที่ให้ข้อมูลและคำเตือนอย่างละเอียด รวมถึงลิงก์ไปยังบทความที่เกี่ยวข้อง
- การจัดทำเครื่องมือคำนวณ ที่ช่วยในการคำนวณให้ไม่เกินความจำเป็น และหรือ เกินงบประมาณ
เกี่ยวกับ
RELEASE YOUR RISK

แอนนี่ - รุจิรา ต๊ะบุญเรือง
ผู้แนะนำให้ความรู้ในเครื่องมือการเงินแบบองค์รวม
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน และโดยส่วนใหญ่กว่าจะได้รู้ก็อาจจะสายไปแล้ว
แอนนี่จึงจะเน้นแก้ไขปัญหานี้ ผ่านการให้ความรู้ทางการเงินที่ครบถ้วนที่สุดเพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ค่ะ

บาส - ฐิติ รุ่งเจริญไพศาล
ผู้ค้นคว้าพัฒนา FRAMEWORK เพื่อการเกษียณสุข
ผมอยู่ในสายงานนักพัฒนาโปรแกรมและอาจารย์มหาวิทยาลัยมากว่า 10 ปี ซึ่งได้พบความจริงว่า หากขาดความรู้ ความเข้าใจ ลำดับการใช้งานของเครื่องมือทางการเงินที่ถูกต้องแล้ว ก็ยากที่จะทราบได้ว่าจะมีอิสรภาพทางการเงินได้เมื่อใด
ผมจึงพยายามพัฒนาเครื่องมือคำนวณ ที่จะใช้เครื่องมือการเงินให้ครบรอบด้านโดยเฉพาะในกรอบการลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยให้สามารถคำนวณเงินที่จำเป็นสำหรับนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินในช่วงเกษียณได้ ทั้งยังต้องสามารถลงมือทำตามได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์รายได้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้
