วางแผนเบี้ยประกันสุขภาพด้วย RMF ร่วมกับ ประกันบำนาญ

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายในปัจจุบันนั้นมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอย่างมาก คือ

ให้ความคุ้มครองได้ถึงหลักหลายล้านบาท

ใช้ มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ปี 2564 ที่ครอบคลุมขั้นตอนรักษามากขึ้น

เสริมด้วยความคุ้มครองเพิ่มเติมจากบริษัทประกันต่าง ๆ ที่ต่อยอดให้มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่มีความสมบูรณ์ขึ้นอีก

ทำให้ประกันสุขภาพเหมาจ่ายในปัจจุบัน กลายเป็นประกันที่สามารถดูแลค่ารักษาได้ตลอดชีวิตจริง ๆ ซึ่งสำคัญมากเพราะอัตราการเข้าโรงพยาบาลสูงขึ้นมาก จึงเป็นสวัสดิการที่จำเป็นต้องมีในช่วงเกษียณอย่างขาดไม่ได้

สถิติการใช้บริการสถานพยาบาลแต่ละช่วงอายุปี2558

สถิติการใช้บริการสถานพยาบาลในแต่ละช่วงอายุ

แต่ด้วยความคุ้มครองที่สูงมากนี้เอง โดยเฉพาะกับประกันสุขภาพภาพเหมาจ่ายที่ครอบคลุมค่ารักษามะเร็งทั้งในปัจจุบันและอนาคต จะมีเบี้ยประกันรวมกันหลังเกษียณถึงระดับหลักสิบล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงอย่างมากสำหรับวัยเกษียณที่ไม่ต้องการรบกวนลูกหลาน

ทำให้พอถึงช่วงเกษียณ หลายคนต้องจำใจเลือกที่จะยกเลิกประกันสุขภาพ ทั้งๆ ช่วงอายุที่ตรวจพบมะเร็งสูงสุดจะเป็นช่วงอายุ 55-60 ปีเป็นต้นไปก็ตาม

สถิติมะเร็ง 1

สถิติการใช้บริการสถานพยาบาลในแต่ละช่วงอายุ

และเลือกที่จะรับความเสี่ยงค่ารักษาไว้เอง พร้อมกับเงินเก็บ 2-3 ล้านบาทที่เตรียมไว้เป็นค่ารักษา แต่ด้วยเงินเฟ้อ..ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันถ้าจะให้เพียงพออย่างไรแล้วควรมีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยเฉพาะหากต้องเผชิญกับโรคมะเร็งที่ต้องรักษาไปตลอดชีวิต

ทำให้ การเก็บประกันสุขภาพไว้ยังเป็นทางออกที่ดีกว่า การยกเลิกประกันสุขภาพแล้วรับความเสี่ยงไว้เองโดยเฉพาะหากเริ่มมีโรคประจำตัวแล้ว แต่ก็ตามมาด้วยคำถามสำคัญที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณหลัก 10 ล้านบาทนี้ได้ โดยใช้เงินให้น้อยลงประมาณ 50%-80% ได้ 

ซึ่งบทความ 7 วิธีจัดการเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณ ได้มีการอธิบายข้อดีข้อจำกัดของวิธีการต่างๆ ไว้เรียบร้อย แต่ในบทความนี้จะเน้นลงรายละเอียดและความจำเป็นของวิธีที่ 7 ให้มากขึ้น หรือก็คือสาเหตุที่จำเป็นต้องใช้ RMF กับ ประกันบำนาญร่วมกัน ในการดูแลเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณดังต่อไปนี้ 

สาเหตุสำคัญที่การพึ่งเฉพาะ RMF อย่างเดียวนั้นมีความเสี่ยงสูง

การคำนวณวางแผนเบี้ยประกันสุขภาพนั้น จะเป็นลักษณะที่คำนวณย้อนกลับจากผลตอบแทนคาดการณ์ของกองทุนเกษียณหักด้วยเบี้ยประกันสุขภาพที่ต้องจ่ายในแต่ละปี เพื่อให้ทราบว่า ณ วันที่เกษียณควรมีเงินก้อนจาก RMF เท่าใดดี (ในรูปด้านล่าง จะคำนวณย้อนกลับขึ้นมาจนทราบว่าต้องมีเงินที่ 3.88 ล้านบาท สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพรวม 13 ล้านบาท)

คิดย้อนกลับหาเงินเกษียณ

จากรูปจะเป็นการคำนวณแบบ Time Segmentation ที่ ที่แบ่งเงินออกเป็น 3 กอง หรือ 3 พอร์ต โดยเงินที่จะนำมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพจะมาจากพอร์ตความเสี่ยงต่ำเสมอเพื่อลดความผันผวน (คาดการณ์ผลตอบแทน 3% ต่อปี)  ในขณะที่พอร์ตที่ยังไม่ได้ใช้งานจะมีความเสี่ยงสูงกว่าและคาดหวังผลตอบแทนมากกว่า (7%-9% ต่อปี)

กองทุนสุขภาพใช้ตอนเกษียณ 1

การทำแบบนี้จะช่วยลดปัญหา Sequence of Returns Risk ลงได้บ้าง โดยเฉพาะเมื่อตลาดเป็นขาลงหนักๆ แล้วยังต้องขายออกมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพหลักแสนซ้ำลงไปอีก โดยจะดึงเงินจากพอร์ตความเสี่ยงต่ำที่ทนต่อตลาดขาลงได้มากกว่า แทนการดึงเงินจากพอร์ตความเสี่ยงสูงมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ

แม้ใช้กลยุทธลงทุน RMF แบบ Multi-portfolio ตาม Time Segmentation แต่อัตราความอยู่รอดของกองทุนสุขภาพก็ยังไม่สูงมาก

จำลองกองทุนสุขภาพ ปกติ

จากกราฟจำลองด้วย Monte Carlo Simulation สุ่มสถานการณ์ผลตอบแทนอายุ 60-98 ปีทั้งหมด 1,000 สถานการณ์ พบว่า อัตราความอยู่รอดของกองทุนที่เตรียมไว้ 3.88 ล้านบาท (เส้นสีน้ำเงิน) เริ่มอยู่รอดไม่ครบทั้ง 1,000 สถานการณ์ หรือ ไม่ครบ 100% ตั้งแต่อายุ 77-78 ปี และเหลือเพียง 37.33% เท่านั้นตอนอายุ 98 ปี

โดยการเพิ่มอัตราความอยู่รอดเบื้องต้น สามารถทำได้โดยการเพิ่มให้มีเงินกองทุนเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นจาก 3.88 ล้านบาท เป็น 6 ล้านบาท (เส้นสีส้ม) ก็จะช่วยเพิ่มอัตราความอยู่รอดได้มากขึ้นเป็น 75% ตอนอายุ 98 ปี แต่ความเสี่ยงจะย้ายไปอยู่กับผู้ลงทุนที่มีเงินก้อนใหญ่ขึ้นมากเป็น 6 ล้านบาท ที่จะต้องมีวินัยการเงินเพียงพอไม่ถูกอำนาจของเงินก้อนใหญ่ล่อลวงให้นำออกไปใช้จนผิดแผน

อย่างไรก็ตามอัตราความอยู่รอดกองทุนน้อยลงมาก หากวันที่เกษียณตลาดเป็นขาลง และ ลงติดต่อกันมากกว่า 1 ปีขึ้นไป

จำลองกองทุนสุขภาพ ขาลง3ปี

จากกราฟจะเห็นว่า หากกำหนดให้ผลการจำลอง 3 ปีแรก สุ่มผลตอบแทนเป็นตลาดขาลงเสมอ (ติดลบ) จะทำให้เกิดปัญหา Sequence of Returns Risk อย่างหนัก และอัตราความอยู่รอดที่ได้ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกองทุนเบี้ยประกันสุขภาพตั้งต้นที่มีเพียง 3.88 ล้านบาท จะเหลืออัตราความอยู่รอดที่ 8% เท่านั้น หรือ ยากอย่างมากที่จะจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้ตลอดอายุสัญญา แม้จะใช้กลยุทธ 3 พอร์ตกับ Time Segmentation แล้วก็ตาม

ไม่สามารถแก้ไขด้วย Dynamic Spending ตามสภาวะตลาด กับ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่มีตารางเบี้ยประกันที่ชัดเจนได้

โดยปกติแล้วอัตราความอยู่รอดที่ 50% ก็สามารถเพียงพอได้ หากเป็นการใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพที่สามารถประหยัดหรือมีการเก็บออมรวมด้วย

แต่สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพนั้นไม่ใช่ เพราะ ต้องจ่ายตามตารางเบี้ยที่กำหนดเท่านั้น ไม่สามารถลดลงได้ แถมยังมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้น หากบริษัทประกันปรับเพิ่มเบี้ยทั้งพอร์ต (จากเงินเฟ้อค่ารักษาที่สูงขึ้น และ แบบประกันสุขภาพที่รับความเสี่ยงมากกว่าเบี้ยที่เรียกเก็บเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด)

ทางแก้ไขที่พอเป็นไปได้ คือ

  • ปรับลดแผนประกันสุขภาพลงในตอนเกษียณ หรือ
  • ปรับเพิ่มค่ารับผิดส่วนแรก (ถ้าแผนประกันที่มีให้ทำได้) หรือ

ซึ่งล้วนเป็นทางเลือกที่อันตราย เพราะ ค่ารักษามีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุและตามเงินเฟ้อค่ารักษา และ สุดท้ายอาจต้องปรับอายุขัยให้น้อยลงแทน (เพราะไม่มีค่ารักษา หรือ ต้องฝากชีวิตไว้กับสวัสดิการภาครัฐ) จึงทำให้ทางออกที่ดีกว่าคือ การทำให้อัตราความอยู่รอดของกองทุนเบี้ยประกันสุขภาพนั้นสูงมากขึ้น

การแก้ไขด้วยมีบำนาญที่การันตีรายได้โดยไม่ผันผวนตามตลาดการลงทุน อาจเป็นทางออกของปัญหานี้

ประกันบำนาญสามารถเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มอัตราความอยู่รอดได้อย่างน่าสนใจ โดยผลตอบแทนที่การันตี และ ไม่มีค่าความผันผวนตามสภาวะตลาดที่ต้องกังวลใดๆ

เพราะเพียงมีบำนาญช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพบางส่วน อัตราความอยู่รอดของกองทุน RMF ก็สูงขึ้นอย่างมาก แม้ตลาดขาลงติดต่อกัน

จำลองกองทุนสุขภาพ ขาลง3ปี บำนาญ50

จากกราฟด้วยกองทุนสุขภาพเท่าเดิม 3.88 ล้านบาท แต่เพิ่มประกันบำนาญให้เข้ามาช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ ที่ 50% ของเบี้ยประกันทั้งหมด ทำให้อัตราความอยู่รอดเพิ่มขึ้นสูงมาก หรือ มั่นใจว่าคุ้มครองได้ถึงอายุ 90 ปี ได้แน่นอน แม้ตลาดจะเป็นขาลง หรือ ติดลบ 3 ปีต่อเนื่อง ในปีที่เกษียณก็ตาม

ต้องลงทุนกับประกันบำนาญเพิ่มขึ้นเพียงใด อัตราความอยู่รอดแตกต่างกับการเพิ่มเงินลงทุนใน RMF หรือไม่

แน่นอนว่าประกันบำนาญไม่ใช่ทางออกเดียว เพราะการเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้นใน RMF สามารถเป็นคำตอบได้เช่นกัน เช่น จากตั้งต้น 3.88 ล้านบาท ก็เผื่อเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านบาท หรือมากกว่า จนอัตราอยู่รอดสูงขึ้นเพียงพอกับที่ต้องการ

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ระหว่างลงทุน RMF เพิ่มขึ้น กับ ทำประกันบำนาญเพิ่มขึ้น ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ควรเลือกเครื่องมือการเงินใดดี สำหรับให้มั่นใจว่าจะสามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณได้ตลอดชีวิตจริงๆ

กลยุทธพอร์ตลงทุน RMF เพื่อคาดหวังให้ได้เงินตามเป้าหมาย ณ วันเกษียณ

เพื่อสามารถเปรียบเทียบ RMF กับ ประกันบำนาญ ได้ จึงจำเป็นต้องทราบก่อนว่าจากเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ จำนวน 3.88 ล้านบาทนั้น หากเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนตั้งต้นจะเหลือที่เท่าใด ซึ่งตอนก่อนเกษียณจะแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 3 พอร์ตเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับ พอร์ตการลงทุนหลังเกษียณ

ตัวอย่าง ชายอายุ 35 ปี ลงทุน 25 ปี

1. คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 1 ที่ 9% ต่อปี กับ 5 ปีท้ายปรับเหลือ 3% ต่อปี และ คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 2 กับ 3 ที่ 9% ต่อปี
กองทุนสุขภาพก่อนเกษียณ 1
ลงทุนก่อนเกษียณ
ลงทุนก่อนเกษียณ 1
  • เป้าหมาย 3.88 ล้านบาท :
    • หากผลตอบแทนจริงเป็นไปตามที่คาดหวัง จะลงทุนจำนวน 48,897 บาท เป็นเวลา 25 ปี (ถึงอายุครบ 60 ปี) รวม 1,222,431 บาท
ลงทุนก่อนเกษียณ 6
  • เป้าหมาย 6 ล้านบาท :
    • หากผลตอบแทนจริงเป็นไปตามที่คาดหวัง จะลงทุนจำนวน 125,710 บาท เป็นเวลา 25 ปี (ถึงอายุครบ 60 ปี) รวม 3,142,752 บาท
2. คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 1 ที่ 5% ต่อปี กับ 5 ปีท้ายปรับเหลือ 2% ต่อปี และ คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 2 กับ 3 ที่ 5% ต่อปี
ลงทุนก่อนเกษียณ 4 e1765398458449
ลงทุนก่อนเกษียณ 2
ลงทุนก่อนเกษียณ 3
  • เป้าหมาย 3.88 ล้านบาท :
    • หากผลตอบแทนจริงเป็นไปตามที่คาดหวัง จะลงทุนจำนวน 79,818 บาท เป็นเวลา 25 ปี (ถึงอายุครบ 60 ปี) รวม 1,995,444 บาท
ลงทุนก่อนเกษียณ 5
  • เป้าหมาย 6 ล้านบาท :
    • หากผลตอบแทนจริงเป็นไปตามที่คาดหวัง จะลงทุนจำนวน 169,064 บาท เป็นเวลา 25 ปี (ถึงอายุครบ 60 ปี) รวม 4,226,598 บาท

สัดส่วนของประกันบำนาญที่จะนำมาชำระเบี้ยประกันสุขภาพ

ตัวอย่าง ชายอายุ 35 ปี จ่ายเบี้ยประกัน 25 ปี

1.ใช้ประกันบำนาญจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ 100%
บำนาญสุขภาพ100ช35
  • เบี้ยประกันบำนาญ 25 ปี :  4,733,736 บ. 
  • อัตราความสำเร็จชำระเบี้ยถึงอายุ 98 ปี : 100%
2.ใช้ประกันบำนาญจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ 50%
บำนาญสุขภาพ50ช35
จำลองกองทุนสุขภาพ ขาลง3ปี บำนาญ50

เป้าหมายมูลค่า ณ วันเกษียณของ RMF : 3.88 ล้านบาท

  • เบี้ยประกันบำนาญ 25 ปี :  2,366,868 บ. + เงินลงทุน RMF 25 ปี : 1,222,431-1,995,444 บ.
  • รวมใช้เงินทั้งหมด 3,589,299 - 4,362,312 บ. (ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจริง น้อยกว่าใช้ประกันบำนาญ 100%)
  • อัตราความสำเร็จชำระเบี้ยถึงอายุ 98 ปี : 83%

เป้าหมายมูลค่า ณ วันเกษียณของ RMF : 6 ล้านบาท

  • เบี้ยประกันบำนาญ 25 ปี :  2,366,868 บ. + เงินลงทุน RMF 25 ปี : 3,142,752-4,226,598 บ.
  • รวมใช้เงินทั้งหมด  5,509,620 - 6,593,466 บ. (ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจริง มากกว่าใช้ประกันบำนาญ 100%)
  • อัตราความสำเร็จชำระเบี้ยถึงอายุ 98 ปี : 98%
3.ใช้ประกันบำนาญจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ 0% (ใช้ RMF ทั้งหมด)
จำลองกองทุนสุขภาพ ขาลง3ปี ฺBufferเท่าเบี้ยบำนาญ
ลงทุนก่อนเกษียณ 7

คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 1 ที่ 9% ต่อปี กับ 5 ปีท้ายปรับเหลือ 3% ต่อปี และ คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 2 กับ 3 ที่ 9% ต่อปี

ลงทุนก่อนเกษียณ 8

คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 1 ที่ 5% ต่อปี กับ 5 ปีท้ายปรับเหลือ 2% ต่อปี และ คาดหวังผลตอบแทนพอร์ตที่ 2 กับ 3 ที่ 5% ต่อปี

เป้าหมายมูลค่า ณ วันเกษียณของ RMF : 13.4 ล้านบาท (เทียบเท่าเบี้ยประกันทั้งหมด)

  • เงินลงทุน RMF 25 ปี : 7,099,293-9,489,042 บ. (ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจริง มากกว่าใช้ประกันบำนาญ )
  • อัตราความสำเร็จชำระเบี้ยถึงอายุ 98 ปี : 99%
  • หรือ หากตลาดเป็นขาลง ณ วันที่เกษียณ 3 ปีติดต่อกัน แล้วต้องการอัตราความสำเร็จเกือบ 100% จะควรเร่งลงทุน RMF ให้ได้เบี้ยประกันสุขภาพทั้งหมดก่อนเกษียณนั่นเอง
  • ในขณะที่ประกันบำนาญไม่ต้องเร่งขนาดนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแบบประกันบำนาญที่เลือก เพศ และอายุที่เริ่มทำประกัรบำนาญร่วมด้วย

บทสรุปการใช้ RMF กับ ประกันบำนาญ สำหรับจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณ

บทความนี้ทำให้เห็นว่า การใช้ RMF กับกองทุนรวมอย่างเดียว เพื่อจัดการกับเบี้ยประกันสุขภาพที่เป็นตารางตายตัวนั้น มีความเสี่ยงสูงที่กองทุนจะจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้ไม่ถึงอายุ 98 ปี โดยเฉพาะหากวันที่เกษียณตลาดเป็นขาลงติดต่อกันกว่า 1 ปีขึ้นไป ถึงแม้ว่าจะใช้วิธีการบริหารพอร์ตแบบ Time Segmentation แล้วก็ตาม

โดยทางแก้ไขปัญหาตลาดขาลงนี้ หากยังเลือกที่จะใช้ RMF อย่างเดียว ก็จำเป็นต้องเร่งลงทุนให้เงินเติบโตเท่ากับเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณทั้งหมดในวันที่เกษียณพอดีซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก จากนั้นนำเงินนี้ไปอยู่ในเครื่องมือการเงินที่จะไม่ถูกความผันผวนของตลาดเล่นงาน เช่น การฝากเงินธนาคาร (แต่ก็เสี่ยงที่จะถูกนำเงินออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้ง่ายแทนเช่นกัน)

หรือ อีกทางออกหนึ่งที่ใช้เงินน้อยกว่า คือ การใช้ประกันบำนาญเข้ามาเสริม RMF ที่สามารถช่วยยกระดับให้สามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้ถึงอายุ 98 ปี สูงขึ้นจาก 8% เป็น 83% ในสภาวะตลาดขาลง ณ วันที่เกษียณติดต่อกัน 3 ปี แม้จะใช้ประกันบำนาญช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพเพียง 50% ก็ตาม โดยหากผลตอบแทนการลงทุนเป็นไปตามคาดการณ์ ก็มีโอกาสที่จะใช้เงินทั้งหมดน้อยกว่าการใช้ประกันบำนาญอย่างเดียวได้ รวมถึงการลงทุนมีความยืดหยุ่นมากกว่า

เว้นแต่หากต้องการการันตีโอกาสการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพถึงอายุ 98 ปี ได้ 100% (กรณีที่บริษัทไม่มีการปรับขึ้นเบี้ยทั้งตารางเบี้ย) การใช้ประกันบำนาญอย่างเดียว สามารถเป็นอีกหนึ่งทางที่ใช้เงินน้อยกว่าการนำ RMF มาร่วมกับ ประกันบำนาญ แถมวิธีนี้ยังไม่ต้องยุ่งยากในการบริหารพอร์ตตอนเกษียณ รวมถึงป้องกันการนำเงินออกไปใช้ก่อนจำนวนมากอย่างผิดวัตถุประสงค์ได้อีกด้วย 

อย่างไรก็ตามทางออกที่มีการนำประกันบำนาญมาใช้ด้วยเหล่านี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อ สามารถเลือกหาประกันบำนาญที่มีผลตอบแทนสูง โดยที่ให้บำนาญถึงอายุ 99-100 ปี เข้ามาใช้งาน เพราะหากเลือกผิดไป ย่อมมีโอกาสที่ทำให้ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้นถึงหลักล้านได้เลยทีเดียว 

ซึ่งจะได้มีการอธิบายลงรายละเอียดถึง วิธีการเลือกประกันบำนาญสำหรับนำมาช่วยจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพในบทความถัดไปนี้

เริ่มวางรากฐานให้กับ "แผนเกษียณ" อย่างจริงจัง

ด้วย Framework การใช้เครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

"ตน (ในปัจจุบัน) แลเป็นที่พึ่งของตน (ในอนาคต)"

เกี่ยวกับผู้เขียน

  • แอนนี่ค่ะ2

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน ซึ่งในหลายครั้งกว่าจะรู้และเข้าใจก็อาจจะสายไปแล้ว และนี้คือสาเหตุใหญ่ที่ทางเรา จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยให้ความรู้ทางการเงินที่ดีและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ ผ่านเว็บไซต์ Release your Risk ที่ต้องการให้ทุกคนได้ปล่อยความเสี่ยงที่ตนเองถือไว้อยู่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินด้วยความเข้าใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

>
Scroll to Top

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ตกลงทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก