
ในกรณีที่ต้องการสำรองจ่ายเองเพื่อไม่ต้องการรอขบวนการ Fax-Claim หรือ ไม่ใช่ รพ.คู่สัญญา หรือ เป็นการเคลมค่าตรวจวินิจฉัยก่อนแอดมิต 30 วัน จะสามารถ
- ขอใบรับรองแพทย์
- ขอใบเสร็จค่ารักษาอย่างละเอียด (ห้ามระบุเพียงชื่อแพ็คเกจค่ารักษา หรือ ค่าบริการเหมาจ่าย อย่างเดียว) หรือ ใบแจกแจงค่ารักษาอย่างละเอียดสำหรับส่งเคลมประกัน
- ใบอนุมัติเคลมของบริษัทประกันอื่นที่มีการจ่ายเคลมค่ารักษาแล้ว (กรณีจะเคลมค่าชดเชยรายวันกรณีไม่เคลมค่ารักษาด้วยประกันสุขภาพ BLA หรือ กรณีที่เป็นประกันสุขภาพแบบการมีจ่ายรับผิดส่วนแรก)
แต่ถ้าหากเป็นในกรณีที่เป็นการไม่อนุมัติ Fax-Claim ทั้งบางส่วนหรือทั้งหมด จะสามารถสอบถามกับทาง รพ. ว่าสินไหมปฏิเสธด้วยเหตุใด ซึ่งบางกรณีจะสามารถให้ทาง รพ. ขอความเห็นแพทย์เพิ่มเติมและส่งโต้แย้งทางสินไหมไปได้ทันทีค่ะ
อย่างไรก็ตามบางกรณีก็ไม่สามารถยื่นโต้แย้งทันทีได้ แต่ถ้าทราบสาเหตุจากสินไหมมาบ้างส่วน ก็จะสามารถให้แพทย์เขียนระบุรายละเอียดเพิ่มเติมในใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้ยื่นเคลมตรงในภายหลังได้ค่ะ
ทั้งนี้หากเป็นการปฏิเสธเคลมที่รวมไปถึงการเคลมตรง จะสามารถให้ทางตัวแทนช่วยประสานกับสินไหมเพื่อหาแนวทางในการทบทวนผลการพิจารณาว่าจะต้องทำบันทึก หรือต้องให้แพทย์อธิบายเพิ่มเติมอะไรบ้างค่ะ (การให้แพทย์เขียนอธิบายเพิ่มเติมในภายหลังอาจจะมีค่าใช้จ่ายของแพทย์เพิ่มเติมได้ค่ะในบาง รพ.)
โดยการสำรองจ่ายและยื่นเคลมตรงในภายหลัง
หลังออกจากโรงพยาบาล
จะสามารถส่งเคลมค่ารักษา ผ่านแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ดังขั้นตอนด้านล่างนี้ได้ค่ะ
ขั้นตอนการเคลมประกันสุขภาพผ่านแอปฯ BLA Happy Life ภายหลังสำรองจ่าย (e-Claim)
พิเศษ กรณีไม่ต้องส่งใบเสร็จตัวจริงหลังการส่ง e-Claim
- หากค่ารักษาที่จะส่งเคลม ผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่เกิน 10,000 บ. หรือ ผู้ป่วยใน (IPD) ไม่เกิน 40,000 บ.
- จะสามารถใช้ ปากสีน้ำเงินเขียนบนใบเสร็จว่า "ใช้เคลมค่ารักษาพยาบาลกับกรุงเทพประกันชีวิต"
- จากนั้นถ่ายรูปและอัพโหลดรูปใบเสร็จเข้าในขั้นตอนข้อที่ 7 โดยที่จะไม่ต้องส่งใบเสร็จตัวจริงเข้าบริษัทตามหลังอีก (แต่ต้องเก็บใบเสร็จตัวจริงไว้อย่างน้อย 12 เดือน เผื่อมีการเรียกตรวจสอบภายหลังได้)

กรณีส่งใบเสร็จตัวจริงตามหลังการส่ง e-Claim
- หากค่ารักษาที่จะส่งเคลม ผู้ป่วยนอก (OPD) เกิน 10,000 บ. หรือ ผู้ป่วยใน (IPD) เกิน 40,000 บ.
- ให้ถ่ายรูปและอัพโหลดรูปใบเสร็จเข้าในขั้นตอนข้อที่ 7
- จากนั้นทำการส่งใบเสร็จตัวจริงเข้าบริษัทโดยเร็วที่สุด ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ (การส่งใบเสร็จตัวจริงเพื่อป้องกันการนำใบเสร็จไปเคลมประกันซ้ำซ้อนกับบริษัทประกันอื่นอีก)
ส่งถึง ฝ่ายสินไหม
(เลขที่ กธ. xxxxxxxx)
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
1415 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800 โทร 02-777-8000
หรือ สามารถส่งให้ตัวแทนดำเนินการส่งตรงเข้าบริษัทแทน เพื่อสามารถติดตามเอกสารภายในได้ง่ายขึ้นอีกทางค่ะ
ส่งถึง
รุจิรา ต๊ะบุญเรือง
ตัวแทนกรุงเทพประกันชีวิต
389/281 ซ.สวนพลู8 ถ.สาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
บริษัทฯ จะพิจารณา
ภายใน 3-15 วันทำการ
หลังจากได้รับ เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์
กรณีมีเหตุอันชวนสงสัย
บริษัทฯ จะต้องพิสูจน์หลักฐาน จึงจำเป็นต้องขอเวลาเพิ่มตามความจำเป็น
ทั้งนี้ไม่เกิน 90 วัน
หลังจากได้รับ เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์
ท่านจะได้รับเงินค่าสินไหม
ตามบัญชีธนาคารของผู้ทำประกันที่ให้ไว้ตอนสมัครทำประกันค่ะ
สามารถตรวจสอบบัญชีที่ใช้รับเงิน หรือต้องการเปลี่ยนบัญชีที่รับเงิน ได้ที่แอพ BLA Happy Life Club ค่ะ
เลือก "เคลม"

เลือก "ส่งเคลม (e-claim)"

เลือก "ประเภทการเคลม"

เลือก "กรมธรรม์ใช้เคลม"

กรอก "รายละเอียดเคลม"

หากเป็นการเคลมค่าตรวจวินิจฉัยก่อนแอดมิต 30 วัน จะสามารถระบุโรคเป็น อื่นๆ จากนั้นระบุว่า "เคลมค่าตรวจวินิจฉัยก่อนแอดมิต 30 วัน ของการแอดมิตวันที่ X XX XX" ได้ หรือ หากเป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถระบุเป็นโรคอื่น ๆ พร้อมแจ้งอาการและระบุว่าเป็นผ่าตัดเล็กได้
เลือก "ช่องทางรับเงินสินไหม"

สามารถผูก "บัญชีรับเงิน" เพื่อไม่ต้องใส่ข้อมูลบัญชีใหม่ทุกครั้งการเคลม ได้ที่แอพ BLA HAPPY LIFE เมนู > ขอเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ > งานรับประโยชน์ในกรมธรรม์
แนบ "ไฟล์เอกสาร" (สามารถดูหมายเหตุด้านล่างกรณีเกี่ยวกับใบเสร็จค่ารักษา)

ภายหลังการส่งเคลมเรียบร้อย สามารถแจ้งทางเราว่ามีการส่งเคลม เพื่อให้ทางเราสามารถทำการติดตามกับทางสินไหมได้ต่อไป (ปัจจุบันระบบยังไม่ได้เตือนตัวแทนทันทีว่า ผู้ทำประกันได้ทำเรื่อง e-Claim เองค่ะ)
(โดยระยะเวลาการพิจารณาเบื้องต้นจะอยู่ที่ 3-5 วันทำการ จนถึงสูงสุดที่ 90 วัน หากต้องมีการสืบประวัติหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม)
ขั้นตอนต่อไปจะมีโอกาสเป็นได้ดังต่อไปนี้
- บริษัทขอสืบประวัติการรักษา โดยบริษัทจะขอให้เซ็นมอบอำนาจในการขอประวัติ (จะใช้เวลาประมาณ 7-15 วันทำการในการดำเนินการขอประวัติด้วยบริษัทแบบไม่ม่ค่าใช้จ่าย) หรือ สามารถทำการขอประวัติเอง เพื่อความรวดเร็วที่สุดแต่อาจจะต้องเสียค่าธรรมขอประวัติกับทาง รพ. หรือ อาจแจ้งทาง รพ. ว่าเพื่อใช้ในการรักษาจะมีโอกาสไม่เสียค่าธรรมเนียมได้
- บริษัทปฏิเสธการเคลม โดยทางเราจะประสานกับทางสินไหมเพื่อสอบถามสาเหตุว่าเพราะเหตุใด หรือว่าทางสินไหมต้องการข้อมูลจากแพทย์ผู้รักษาเพิ่มเติมในเรื่องใด (ตรงส่วนนี้จะต้องมีการนัดพบแพทย์เพื่อขอใบรับรองแพทย์คำชี้แจ้งเพิ่มเติม และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มได้ในบาง รพ.)
- บริษัทอนุมัติเคลม โดยระบบจะส่ง SMS แจ้งผลการอนุมัติเคลม และแจ้งการโอนเงินเข้าภายใน 1-3 วันทำการถัดไป
ขั้นตอนเช็คสถานะการเคลมผ่านแอพ BLA Happy Life
ภายหลังส่งเคลม (e-Claim) เรียบร้อย
ท่านสามารถตรวจสอบสถานะเคลม และดูรายละเอียดทั้งหมดผ่านแอปฯ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ค่ะ (หากครบ 5 วันทำการ สถานะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง สามารถให้ทางเราสอบถามสาเหตุกับทางสินไหมได้ค่ะ ซึ่งอาจเป็นเพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ประวัติการรักษา เป็นต้นค่ะ)
เลือก "เคลม"

เลือก "ประวัติเคลมค่ารักษา"

เลือก "เช็ครายละเอียด"

เริ่มวางรากฐานให้กับ "แผนเกษียณ" อย่างจริงจัง
ด้วย Framework การใช้เครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
"ตน (ในปัจจุบัน) แลเป็นที่พึ่งของตน (ในอนาคต)"


