4 สาเหตุที่ต้องทำประกันชีวิต

Salepage life insure 20

สิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตเรานั้นหนีไม่พ้นเรื่องปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และ ยารักษาโรค โดยเมื่อมีครบตามนี้เรียบร้อยแล้ว ย่อมทำให้เกิดความอยากมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิตในลำดับถัดไป

ตัวอย่างเช่น รถยนต์ สิ่งอำนวยความสะดวก การเที่ยว ความบันเทิง ทริปต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น "ภาระ" ที่แต่ละคนเลือกที่จะเพิ่มเข้ามาให้กับชีวิต แตกต่างกันไปตามความต้องการของตนเอง 

ซึ่งทำให้แต่ละคนต้องทำงานเพื่อนำ "รายได้" มาเป็น "รายจ่าย" ให้กับภาระความต้องการที่เลือกนี้ แล้วส่วนเกินที่เหลือ (ที่มักไม่ค่อยเหลือเพราะความต้องการจะขยาย เท่ากับรายได้ หรือ เกินรายได้ เสมอ) 

ก็อาจจะกลายมาเป็น "เงินออม" ไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น หรือใช้ในยามเกษียณอายุต่อไปได้

ทำให้จำนวนเงินออมจะมากหรือน้อยจึงขึ้นอยู่กับ 5 การกระทำสำคัญดังนี้

  • วางแผนจำกัดงบรายจ่ายแต่ละหมวดอย่างชัดเจนตามความจำเป็น
  • มีวินัยจัดการความต้องการตนเองให้เป็นไปตามงบที่ตั้งไว้
  • การเก็บเงินก่อนใช้เสมอในจำนวนที่เหมาะสม
  • กำหนดบทบาทหน้าที่ให้กับเงินแต่ละก้อน
  • เลือกใช้เครื่องมือการเงินที่เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของเงินนั้น ๆ

เครื่องมือการเงินอย่าง "ประกันชีวิต" ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเงินที่ช่วยให้เงินก้อนเล็กทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดย "ประกันชีวิต" จะช่วยให้เงินก้อนเล็กสามารถทำหน้าที่ปกป้องเงินรายได้ก้อนใหญ่ได้ โดยเฉพาะการป้องกันจากการถูกโจมตีจนทำให้รายได้ต้องหมดลงจนกลายเป็นภาระหนี้สินจาก 4 เหตุร้ายที่ยากจะหลีกเลี่ยงต่อไปนี้

1. อายุสั้นเกินไป (ไม่อยากอายุสั้น)

จากที่เคยมีหัวหน้าครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าครอบครัวจากไปก่อนวัยอันควร เหลือไว้เพียงความทรงจำและภาระหน้าที่ที่ต้องรับช่วงต่อ ไม่ว่าจะเป็น ภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายครอบครัว ค่าเทอมลูก คำถามคือ ใครจะเป็นคนรับภาระนี้ต่อไป?

หรืออย่าง นักธุรกิจเจ้าของกิจการ ที่มีภาระหนี้สินจากการกู้เพื่อนำเงินมาลงทุน หมุนเวียนในธุรกิจ เมื่อต้องจากไปเร็วอย่างคาดไม่ถึง แน่นอนว่าภาระหนี้สินยังคงอยู่ดังเดิม แล้วภาระหนี้สินทั้งหมดนี้ใครจะรับผิดชอบต่อ? เพราะอย่างไรแล้วยังคงต้องเก็บธุรกิจนี้ไว้เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงครอบครัวต่อไป

ประกันชีวิต จึงเข้ามาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยทำหน้าที่มอบเงินจำนวนที่ตกลงกันไว้ให้กับคนข้างหลัง หากผู้ทำประกันโชคร้ายต้องจากไปกะทันหัน

ซึ่งผู้ทำประกันเองจะต้องจ่ายค่าเครื่องมือประกันชีวิตนี้ แต่ด้วยจำนวนเงินที่น้อยกว่าจำนวนเงินที่คนข้างหลังจะได้รับหลายสิบหลายร้อยเท่า

โดยกลไกการทำงานของ ประกันชีวิต คือ จะเป็นเครื่องมือช่วยเฉลี่ยความโชคร้ายร่วมกับคนที่สุขภาพแข็งแรงดีจำนวนมากหลายหมื่นหลายแสนคน ด้วยการนำเงินของทุกคนที่ร่วมเฉลี่ยความโชคร้ายนี้มาช่วยคนที่โชคร้ายที่สุด

หลักการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยโชคร้ายนี้เอง ในอีกแง่มุมหนึ่งการทำประกันชีวิตจึงเสมือนเป็นการผูกดวงกับคนที่สุขภาพแข็งแรงและใจบุญจำนวนมาก เพื่อลดทอนความโชคร้ายของตนเองลง

เสมือนเป็นการเสริมดวงให้อายุยืนมากขึ้น และ ยิ่งหากทำทุนประกันที่สูงเหมาะสมกับภาระที่มี ก็เหมือนกับการได้ทำบุญมากขึ้นทั้ง ต่อครอบครัวตนเอง กับ ต่อผู้ที่โชคร้ายกว่าตนเอง รวมถึงยังเป็นการทำบุญใหญ่แบบไม่จำกัดบุคคลที่จะได้รับอีกด้วย

หลาย ๆ คนที่เข้าใจกลไกการทำงานของประกันชีวิตนี้ จึงมักมองว่าประกันชีวิตเป็นเรื่องการทำบุญเสริมดวงให้ตนเองอายุยืน ไม่ใช่เป็นการแช่งตนเองแต่อย่างใด

2. อายุยืนเกินไป (ไม่อยากขัดสน)

บางครั้งอายุสั้นอาจไม่ใช่ความโชคร้ายที่สุด แต่อาจเป็นอายุยืนเกินไปที่โชคร้ายที่สุด แม้ว่าอายุยืนใครๆ ก็ปราถนาอย่างมากก็ตาม 

แต่หากมองอีกด้าน การมีอายุยืนมักมีปัญหา "เรื่องค่าใช้จ่ายยามชรา" ตามมา และส่วนใหญ่มักไม่ได้มีแผนการเงินเตรียมเอาไว้ จนเงินที่มีมักหมดก่อนอายุขัย และ ต้องอยู่แบบขัดสน หรือ ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพต่อแม้สุขภาพไม่เอื้ออำนวยแล้ว

อย่างไรก็ตามเครื่องมืออย่าง ประกันชีวิต จะมืทั้งแบบให้ความคุ้มครองเฉพาะช่วงก่อนเกษียณ และแบบที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ หรือยาวไปจนถึงหลังเกษียณด้วย

ซึ่งประกันชีวิตที่เป็นแบบตลอดชีพนี้ นอกจากให้ทุนประกันคุ้มครองตามที่สัญญาตกลงกันไว้แล้ว ภายในสัญญาก็จะยังมีเงินเก็บที่เรียกว่า มูลค่าเงินเวนคืนหากยกเลิกสัญญา เก็บไว้ให้ด้วย

โดยมูลค่านี้จะทยอยสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งมักจะเกินเบี้ยประกันทั้งหมดที่จ่ายไป และจะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปจนกระทั่งถึงอายุ 99 ปีที่ครบสัญญา มูลค่าเวนคืนนี้ก็จะเท่ากับทุนประกันในที่สุด ซึ่งกลไกนี้เป็นข้อตกลงตัวเลขในสัญญาอย่างชัดเจน

ทำให้หากก่อนเกษียณทำทุนประกันไว้สูง ก็จะเหมือนกับการบังคับเก็บเงินในประกันชีวิตตลอดชีพไว้เผื่อสำหรับตัดสินใจยกเลิกสัญญาหลังเกษียณและนำเงินออกมาใช้จ่ายดำรงชีวิตได้อีกทางด้วยหากอายุยืนยาว 

ซึ่งการเปลี่ยนการเก็บเงินให้เป็นทั้งความคุ้มครองด้วยทุนประกันที่สูงกว่าเงินเก็บหลายสิบเท่าในทันที และ เปลี่ยนจากการเก็บเงินปกติให้บังคับเป็นรายจ่ายประจำอย่างเบี้ยประกัน ก็มีประสิทธิภาพสูงมากที่ช่วยทำให้สามารถเก็บเงินสำเร็จยาวไปจนถึงช่วงหลังเกษียณได้

ดังนั้น ประกันชีวิตแบบตลอดชีพนี้ ยังมีบทบาทเสริมสำคัญในกรณีอายุยืนยาวอีกด้วย

3. ทุพพลภาพถาวร/เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง (ไม่อยากเป็นภาระ)

หลายครั้งก่อนที่อายุขัยจะจบลงไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ร่างกายอาจอยู่ในสภาวะติดเตียงหรือพิการ ที่เรียกว่าทุพพลภาพถาวรได้ ไม่ว่าจะโชคร้ายด้วยเพราะ การเจ็บป่วย การเป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก หรือ การประสบอุบัติเหตุก็ตาม

ซึ่งการใช้ชีวิตต่อในสภาวะทุพพลภาพถาวรนนั้น ครอบครัวต้องมีรายจ่ายที่สูงมาก ยังไม่นับรวมรายได้ที่อาจต้องลดลงเพราะคนในครอบครัวอาจต้องแบ่งเวลาการทำงานมาร่วมดูแลด้วย

ประกันชีวิตที่มักเป็นสัญญาหลักที่ทำหน้าที่กำหนดอายุของสัญญา (เช่นจนถึงอายุ 99 ปี) จึงมักมีทางเลือก ให้สามารถเพิ่มสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองต่อไปนี้ได้

  • ด้านประกันทุพพลภาพถาวร ซึ่งเบี้ยประกันจะน้อยกว่าทุนประกันทุพพลภาพถาวรที่ได้หลายร้อยเท่า (สามารถเลือกได้ว่าจะเน้นทุพพลภาพถาวรจากทั้งการเจ็บป่วยอุบัติเหตุ และ/หรือ เฉพาะจากอุบัติเหตุอย่างเดียวก็ได้ โดยหากเน้นเฉพาะจากอุบัติเหตุอย่างเดียวจะอยู่ในรูปแบบสัญญาเพิ่มเติมประกันอุบัติเหตุ)
  • ด้านประกันโรคร้ายแรง ซึ่งจะมีทั้งแบบเบี้ยเพิ่มตามอายุที่เน้นคุ้มครองเฉพาะก่อนเกษียณ และ เบี้ยคงที่ที่เน้นคุ้มครองตลอดชีพ โดยหากทำสัญญานี้ตั้งแต่อายุยังไม่มากและตอนสุขภาพแข็งแรง เบี้ยประกันก็จะยิ่งน้อยลง และได้ทุนประกันที่สูงกว่าเบี้ยต่อปีหลายสิบหลายร้อยเท่าได้

จึงทำให้ประกันชีวิตที่เพิ่มความคุ้มครอง ด้านทุพพลภาพถาวร/ด้านโรคร้ายแรง เข้าไป จะช่วยแบ่งเบาสถานการณ์โชคร้ายที่เกิดขึ้นจากสภาวะทุพพลภาพถาวร/ป่วยเป็นโรคร้ายแรงนี้ได้

และเมื่อเกิดโชคร้ายด้วยสภาวะเหล่านี้ขึ้นมาก็จะได้เงินก้อนมาดูแลประคับประคองต่อไป และเมื่อหมดอายุขัยก็ยังได้เงินก้อนจากประกันชีวิตมาให้คนข้างหลังด้วยได้

เครื่องมือประกันชีวิตแบบเพิ่มเติมความคุ้มครองทุพพลภาพถาวร/โรคร้ายแรงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เมื่อถึงยามที่ยากจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์โชคร้ายแบบนี้ได้

4. ฟ้องร้องมรดก (ไม่อยากให้ทะเลาะกัน)

บางครั้งความโชคร้ายที่สุดอาจไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่หมดอายุขัย แต่อาจเกิดหลังจากที่หมดอายุขัยไปแล้วสักพักใหญ่ โดยเฉพาะหากมีทายาทผู้รับทั้งมรดกและหนี้สินมากกว่า 1 คน

และมรดกนี้ยากที่จะแบ่งกันได้อย่างยุติธรรม เพราะมักไม่ใช่เงินสด แต่อาจเป็นในรูปแบบของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ยาก อย่างอสังหาริมทรัพย์พร้อมหนี้สิน หรือ กิจการพร้อมหนี้สิน

ทำให้แม้สามารถจัดตั้งผู้จัดการมรดกได้สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแบ่งมรดกกันได้ และการฟ้องร้องต่าง ๆ อาจจะมีตามมา ยังไม่รวมถึงที่ธนาคารจะเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อหาผู้ที่รับมรดกและจะรับชำระหนี้ต่อไป

ประกันชีวิตเอง จึงมีบทบาทอย่างมากในการแก้ปัญหานี้ เพราะสิ่งที่ผู้รับประโยชน์จะได้รับนั้น จะเป็นเงินสด ที่แบ่ง % กันง่ายและชัดเจน ระบุไว้ในสัญญาเรียบร้อย โดยเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิในเงินส่วนนี้ (เจ้าหนี้จะมีสิทธิเฉพาะส่วนเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้วเท่านั้น)

ดังนั้นหากมองแล้วว่ามรดกใกล้เคียงหนี้สิน หรือ มรดกแบ่งออกมาได้ยาก หรือ การมอบกิจการให้เป็นมรดกนั้น ตัวทายาทเองอาจไม่ได้อยากทำกิจการต่อ

การส่งมอบเงินสดที่แบ่งกันชัดเจนผ่านประกันชีวิตด้วยเบี้ยประกันที่น้อยกว่ามรดกหลายเท่า อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยให้ไม่เกิดการฟ้องร้องนี้ขึ้นมาได้


ด้วย 4 เหตุร้ายที่หลีกเลี่ยงได้ยากนี้เอง การทำประกันชีวิต จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

โดยจะสามารถศึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือการเงิน ประกันชีวิต นี้ แบบเจาะลึกลงรายละเอียด และช่วยให้เลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับคุณได้ง่ายมากขึ้น ที่บทความต่อไปนี้

เกี่ยวกับผู้เขียน

  • แอนนี่ค่ะ2

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน ซึ่งในหลายครั้งกว่าจะรู้และเข้าใจก็อาจจะสายไปแล้ว และนี้คือสาเหตุใหญ่ที่ทางเรา จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยให้ความรู้ทางการเงินที่ดีและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ ผ่านเว็บไซต์ Release your Risk ที่ต้องการให้ทุกคนได้ปล่อยความเสี่ยงที่ตนเองถือไว้อยู่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินด้วยความเข้าใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

>
Scroll to Top

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ตกลงทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก