พอร์ตลงทุนแบบมีเงินปันผลในประกันบำนาญ BLA หมายความว่าอย่างไร

เบี้ยประกันที่ผู้ทำประกันชำระไปนั้น หลังนำไปหัก 'ค่าดำเนินการ' และ 'ค่าประกันภัย' แล้ว ที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนกับพอร์ตการลงทุนของ BLA ซึ่งพอร์ตการลงทุนของ BLA จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ พอร์ตการลงทุนแบบไม่มีเงินปันผล และ พอร์ตการลงทุนแบบมีเงินปันผล


เลือกหัวข้อที่สนใจ


เมื่อพอร์ตการลงทุนของบริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่มีเงินปันผล

CHI เงินกองกลาง

❒ ที่มา : 

  • เนื่องจากบริษัทประกันจะต้องนำเบี้ยประกันไปลงทุนให้เงินได้เติบโตต่อ เพื่อที่จะสามารถให้ผลตอบแทน หรือ มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ ตามที่ได้สัญญากับผู้ทำประกันไว้ได้
  • ซึ่งบริษัทประกันจะมีพอร์ตการลงทุนของตนเองที่จะถูกกำกับโดย คปภ. ว่า พอร์ตการลงทุนจะมีสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่สุดได้เพียงตราสารหนี้เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความผันผวนจนเกินไปแล้วทำให้พอร์ตติดลบ ซึ่งอาจกลับมาส่งผลต่อผู้ทำประกันได้

❒   ข้อดี :

  • ความผันผวนน้อย
  • คาดการณ์ผลตอบแทนได้อย่างแม่นยำ
  • โอกาสการเกิดปัญหาต่ำ

❒   ข้อจำกัด :

  • เนื่องจากสินทรัพย์ที่ลงทุนเน้นไปที่ตราสารหนี้เป็นหลัก แบบประกันที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันจึงมีโอกาสปิดแบบประกันสูง หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงอย่างรวดเร็ว

ปัญหาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดต่ำลง ทำให้พอร์ตการลงทุนแบบไม่มีเงินปันผล ไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของแบบประกัน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายบำนาญ BLA after2

❒   ข้อสังเกต :

  • จากกราฟจะเห็นได้ว่ามีการเปิดแบบประกัน BLA บำนาญ 600 ขึ้นมาตอนที่ดอกเบี้ยกำลังเป็นช่วงขาขึ้น และ บริษัทก็ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกับแบบประกันนี้ อย่างไรก็ตามในเวลาไม่นาน อัตราดอกเบี้ยนโยบายได้วกกลับเป็นขาลงยาาว โดยไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นว่าลงต่ำมากกว่าเดิมอีก จนต้องปิดแบบประกัน BLA บำนาญ 600 ลงไป และทำการเปิด BLA บำนาญ 99 ที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าขึ้นมาก

❒   คำถามสำคัญ :

  • หากเปิดแบบประกันบำนาญใหม่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น จะป้องกันการวกกลับมาเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
  • เพราะ หากไม่มีแนวทางป้องกัน ก็จะกลายเป็นว่าบริษัทต้องคอย ปิดๆ เปิดๆ แบบประกันอยู่ตลอดตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการลงทุนระยะยาวเท่าไรนัก 

การแก้ไขด้วยลงทุนในสินทรัพย์ที่มักให้ผลตอบแทนสวนทางกับตราสารหนี้

CHI แผนประกัน unit linked

❒ ที่มา : 

  • สินทรัพย์ที่มักให้ผลตอบแทนสวนทางกับตราสารหนี้ เช่น ตราสารทุน หรือ หุ้น (ตราสารหนี้เป็นขาลง แต่ตราสารทุนมักเป็นขาขึ้นแทน) ทำให้พอร์ตการลงทุนที่มีสัดส่วนของตราสารทุนร่วมด้วย จะไม่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เป็นขาลงมากนัก

❒   ข้อดี :

  • หากแบบประกันเลือกใช้พอร์ตการลงทุนแบบที่มีสัดส่วนตราสารทุนด้วย จะช่วยลดโอกาสการถูกปิดแบบประกันในตอนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาลงมากๆ ลงได้

❒   ข้อสังเกตุ :

  • ตราสารทุนเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แม้จะให้ผลตอบแทนได้สูงแต่ก็มีโอกาสติดลบได้สูงเช่นกัน การเพิ่มสัดส่วนตราสารทุนเข้ามาย่อมทำให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงขึ้นมากเช่นกัน และ อาจมีผลกระทบต่อผู้ทำประกันได้

พอร์ตการลงทุนแบบมีเงินปันผลจึงเกิดขึ้น พร้อมกับเงื่อนไขกำกับดูแลจาก คปภ.

BHI เบี้ยสุขภาพคาดหวังคงที่

❒ ที่มา : 

  • คปภ. เห็นความจำเป็นของการที่บริษัทประกันจำเป็นต้องมีพอร์ตการลงทุนที่มีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตราสารทุนร่วมด้วย เพื่อที่จะลดความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยนโยบายลงได้
  • และเพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงสูงจนเกินไป จึงกำหนดว่าพอร์ตการลงทุนนี้ จะต้องมีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงสูงไม่เกิน 20% ของพอร์ตทั้งหมด
  • รวมถึงการที่พอร์ตมีความเสี่ยงสูงขึ้น มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น โดยที่ผู้ทำประกันรับความเสี่ยงมากขึ้น ทาง คปภ. จึงกำหนดให้พอร์ตการลงทุนรูปแบบนี้จะต้องมีการจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับผู้ทำประกันตามสัดส่วนของทุนประกันที่ถือไว้ร่วมด้วย นอกเหนือจากมูลค่าเวนคืนในกรมธรรม์ หรือ เงินคืนตามปีกรมธรรม์ที่ตกลงในสัญญา
  • โดยที่ปีไหนก็ตามผลตอบแทนเป็นบวก พอร์ตจะต้องมีการปันผลตอบแทนออกมาให้กับผู้ทำประกัน  (ซึ่งโอกาสเป็นบวกสูงมาก เพราะ มีตราสารหนี้อยู่ถึง 80%) ซึ่งบริษัทจะสามารถหักค่าดำเนินการที่ 20%-25% ของผลตอบแทนต่อปีที่ได้ ก่อนการจ่ายปันผล (ฺBLA จะหักค่าดำเนินการที่ 20% ซึ่งน้อยที่สุดในตลาดดังตัวอย่างอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นของพอร์ตปันผล BLA ก่อนหักค่าดำเนินการดังนี้
อัตราผลตอบแทนพอร์ตปันผล BLA

❒   ข้อดี :

  • ลดความอ่อนไหวของแบบประกันต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายขาลงได้ และ การลงทุนไม่เสี่ยงสูงจนเกินไป ด้วยถูกกำกับให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงไม่เกิน 20% ของพอร์ตเท่านั้น
  • ยิ่งทำทุนประกันสูงสัดส่วนเงินปันผลที่ได้จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้ทั้งผลตอบแทนที่การันตีตามสัญญา และ ผลตอบแทนตามสภาวะตลาดการลงทุนผ่านเงินปันผลร่วมด้วย

❒   ข้อสังเกตุ :

  • แบบประกันที่ใช้พอร์ตปันผล มักมีผลตอบแทนแบบการันตีน้อยกว่า แบบประกันของที่ใช้พอร์ตแบบไม่มีปันผล เนื่องจากผลตอบแทนแบบการันตีตามสัญญานั้นส่วนหนึ่งจะมาจากค่าดำเนินการ 20% ที่ถูกหักไปก่อนจ่ายปันผลนี้ ซึ่งหักไปค่อนข้างน้อยมาก
  • มีโอกาสที่บางปีจะไม่มีการจ่ายปันผลได้ หากผลตอบแทนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนติดลบพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นวิกฤตที่จะเกิดขึ้นได้ยากมาก เช่น ช่วงเริ่มต้นของวิกฤตโควิด

แต่ประกันบำนาญไม่สามารถรับเงินปันผลจากพอร์ตลงทุนแบบมีเงินปันผลได้ ก่อนถึงเวลารับบำนาญ

BHI ใช้เงินลงทุนแบบ Tax Based2

❒ ที่มา : 

  • อย่างไรก็ตาม คปภ. กำหนดว่า ประกันบำนาญที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้จะต้องไม่มีการจ่ายเงินผลประโยชน์ออกมาระหว่างรอที่จะถึงอายุรับบำนาญ
  • จึงทำให้บริษัทประกันไม่สามารถจ่ายเงินปันผลออกมาได้ และจำเป็นต้องนำเงินปันผลเหล่านี้ฝากไว้กับบริษัทประกันต่อ
  • ซึ่งบริษัทบริษัทประกันจะมีการให้ดอกเบี้ยเงินฝากของเงินปันผลเหล่านี้ ตามดอกเบี้ยนโยบายขณะนั้น ดังตัวอย่างของทาง BLA ดังนี้
ดอกเบี้ยเงินปันผลที่ฝากกับBLA

❒   ข้อดี :

  • เงินปันผลที่ได้สะสมในทุกปี มีโอกาสเติบโตทบต้นไปเรื่อย ๆ ตามดอกเบี้ยนโยบายจนกว่าจะถึงอายุที่รับบำนาญจากประกันบำนาญได้

❒   ข้อสังเกตุ :

  • หากปีไหนดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาลง เงินปันผลสะสมที่ฝากไว้กับบริษัทก็จะเติบโตได้น้อยลงตามไปด้วย

แต่เงื่อนไขก่อน ธ.ค. 68 ประกันบำนาญไม่สามารถจ่ายเงินปันผล ในรูปแบบเงินบำเหน็จที่สูงกว่าเงินบำนาญได้

BHI ใช้เงินลงทุนแบบ Tax Based

❒ ที่มา : 

  • แม้เงินปันผลที่ทยอยสะสมมาทั้งหมดจนถึงอายุที่รับบำนาญได้แล้ว แต่บริษัทประกันก็จะไม่สามารถจ่ายปันผลทั้งหมดออกมาให้กับผู้ทำประกันบำนาญได้ เมื่อถึงอายุรับบำนาญอยู่ดี
  • ด้วยเพราะแบบประกันบำนาญก่อน ธ.ค. 2568 ทั้งหมด คปภ. มีการกำหนดว่า จะต้องไม่มีการจ่ายเงินผลประโยชน์ที่มากกว่าบำนาญปีแรกที่ได้รับจากประกันบำนาญ
  • จึงทำให้บริษัทประกันไม่สามารถจ่ายเงินปันผลทั้งหมด ซึ่งย่อมมากกว่าบำนาญปีแรกอย่างแน่นอน ให้กับผู้ทำประกันบำนาญได้ เพราะจะขัดกับข้อกำหนดนี้

❒   ข้อดี :

  • การที่ คปภ. บังคับแบบนี้ เพราะ ไม่ต้องการให้ประกันบำนาญมีการจ่ายบำเหน็จออกมา เพราะจะทำให้ในระยะยาวแล้วได้รับบำนาญลดลงพอสมควร ซึ่งขัดกับจุดประสงค์แรกที่เน้นให้ประกันบำนาญเป็ฯรากฐานของการเกษียณอย่างยั้งยืน

❒   ข้อสังเกตุ :

  • บริษัทประกันจึงจำเป็นต้องหาทางที่จะคืนเงินปันผลออกไปให้ผู้ทำประกันในรูปแบบอื่นแทน เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อกำหนดของ คปภ.
  • อย่างไรก็ตามเมื่อ ธ.ค. 2568 คปภ. ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดให้ประกันบำนาญสามารถจ่ายบำเหน็จได้ แต่บำเหน็จที่ได้ต้องไม่เกิน 30% ของทุนประกันบำนาญ เพื่อยังคงสามารถให้บำนาญที่มากพอและยั้งยืนได้

นำไปสู่การแปลงเงินปันผลสะสมคาดการณ์ให้เป็นเงินบำนาญเพิ่มขึ้นแทน

BHI ใช้ประกันบำนาญจ่ายเบี้ยเกษียณ

❒ ที่มา : 

  • เมื่อแบบประกันบำนาญก่อน ธ.ค. 2568 ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลสะสมออกมาในรูปของบำเหน็จได้ บริษัทประกันจึงแก้ไขโดยการเปลี่ยนเงินปันสะสมทั้งหมดนี้ให้เสมือนได้ประกันบำนาญเพิ่มขึ้นมาอีกเล่มแทน ผ่านการแปลงเงินปันผลสะสมเป็นบำนาญเพิ่มขึ้น
  • หลักการคือ ก่อนอายุรับบำนาญ 1 ปี เช่น ตอนอายุครบ 59 ปี (หากรับบำนาญตอนอายุครบ 60 ปี) บริษัทประกันจะนำเงินปันผลสะสมทั้งหมดของผู้ทำประกัน มาทำประกันบำนาญแบบ 99/1 โดยอัตโนมัติ หรือก็คือ การทำประกันบำนาญแบบจ่ายเบี้ย 1 ปี และได้รับบำนาญตั้งแต่อายุ 60-99 ปี
  • วิธีนี้จึงช่วยให้บริษัทประกันสามารถจ่ายเงินปันผลสะสมออกไปยังผู้ทำประกันได้ในที่สุด และ ไม่ขัดกับข้อกำหนดของ คปภ. เพราะไม่ได้มีการจ่ายบำเหน็จ แต่เป็นการจ่ายเป็นบำนาญเพิ่มขึ้นมา (ซึ่งบำนาญเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลนี้จะน้อยกว่า บำนาญที่ได้รับปีแรกตามปกติ ไม่ผิดเงื่อนไข คปภ. อย่างแน่นอน) 

❒   ข้อดี :

  • ไม่ขัดกับข้อกำหนดของ คปภ.
  • ผู้ทำประกันมีโอกาสได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างยั้งยืน และ รวมเงินบำนาญเพิ่มทั้งหมดนี้ จะมากกว่าเงินปันผลสะสมอย่างแน่นอน เมื่อผู้ทำประกันอายุยืนเกิน 85-90 ปีขึ้นไป

❒   ข้อสังเกตุ :

  • บำนาญที่ได้รับเพิ่มจากการแปลงเงินปันผลสะสมนี้ ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้เพิ่มขึ้นเท่าไร เพราะ ไม่สามารถการันตีเงินปันผลสะสมที่ได้ในแต่ละปีได้
  • บริษัทประกันจึงเน้นคำนวณแบบคาดการณ์ให้ผู้ทำประกันพิจารณาแทน ซึ่งด้วยสัดส่วนการลงทุนของตราสารหนี้ที่สูงถึง 80% จึงทำให้ความผันผวนค่อนข้างต่ำ และ การคาดการณ์มีความแม่นยำมากขึ้น

ผลตอบแทนคาดการณ์ กับ บำนาญเพิ่มขึ้นคาดการณ์ แม่นยำได้เพียงใด 

BHI คู่เกษียณ

❒ ที่มา : 

  • ด้วยพอร์ตแบบมีเงินปัลผลนั้นเป็นเป็นพอร์ตมีตราสารหนี้สูงถึง 80% ความผันผวนค่อนข้างน้อย ทำให้การคาดการณ์ผลตอบแทนจึงมีความแม่นยำได้ในระดับหนึ่ง
  • โดยผลตอบแทนคาดการณ์ของพอร์ตลักษณะมักจะอยู่ที่ ประมาณ 3%-5% ต่อปี หรือ โอกาสสูงมากที่จะอยู่ที่ประมาณ 3% กว่าๆ (ยังไม่หักค่าดำเนินการก่อนปันผล)
  • ทำให้บริษัทประกันอย่างเช่น BLA จะทำใบเสนอที่มีผลตอบแทนแบบคาดการณ์ขึ้นมาทั้งแบบผลตอบแทนคงที่ 3% 4% และ 5% ต่อปี 
  • เพื่อจะทำให้เห็นว่า หากผลตอบแทนสุทธิแบบคาดการณ์ทั้ง 3 แบบ (ภายหลังหักค่าดำเนินการต่างๆ และรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากของปันผลแล้ว) จะทำให้ได้ปันผลสะสมที่แปลงเป็นทุนประกันบำนาญแบบ 99/1 ที่เท่าใด และ จะได้บำนาญเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด
  • ดังตัวอย่างใบเสนอด้านล่างนี้
    • ที่หากผลตอบแทนสุทธิคาดการณ์ของพอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 3% ต่อปี จะทำให้ได้เงินปันผลสะสมตอนอายุ 59 ปีที่สามารถแปลงเป็นทุนประกันบำนาญ 99/1 ได้ที่ทุน 24,283 บ. ซึ่งจะทำให้ได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 4,857 บ. ต่อปี จากบำนาญเดิมที่ 361,897 บ.
    • ในขณะที่หากผลตอบแทนสุทธิอยู่ที่ 4% ต่อปี จะทำให้ได้ทุนประกัน 185,146 บ. ซึ่งจะได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นที่ 37,029 บ. ต่อปี 
    • หรือ มีโอกาสสูงที่จะได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นในประมาณช่วง 4,857 37,029 บ. ค่าใดค่าหนึ่งนั่นเอง หากผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ยได้ 3% กว่าๆ ต่อปี 
ใบเสนอHappyPensionช35 1 e1762327050739

❒   ข้อดี :

  • ช่วยให้สามารถคาดการณ์บำนาญที่มีโอกาสได้รับเพิ่มอย่างเห็นภาพมากขึ้น แม้เงินปันผลที่ได้ในแต่ละปีของพอร์ตการลงทุนจะไม่เท่ากันทุกปีก็ตาม
  • ส่วนบำนาญที่ได้รับเพิ่มขึ้นนี้ สามารถมองเป็นโบนัสพิเศษทุกปี เพิ่มจากบำนาญที่ต้องการจริงๆ ได้

❒   ข้อสังเกตุ :

  • การรอให้ถึงอายุครบ 59 ปี หรือก่อนรับบำนาญ 1 ปี แล้วค่อยนำเงินปันผลสะสมทั้งหมดไปทำประกันบำนาญแบบ 99/1 นั้น เบี้ยประกันบำนาญจะมีราคาค่อนข้างสูงมาก เพราะเหลือระยะเวลาลงทุนอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น
  • ทำให้เมื่อรวมบำนาญที่ได้รับเพิ่มทั้งหมดจนถึงอายุ 99 ปี จะมากกว่าเงินปันผลสะสมทั้งหมดในตอนอายุ 59 ปีไม่มากเท่าไรนัก

บทสรุป : บำนาญเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลทางออกที่สำคัญของประกันบำนาญในช่วงดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาลง

การที่จะทำให้ประกันบำนาญมีทั้งผลตอบแทนที่สูง และ สามารถให้บำนาญได้นานถึงอายุ 99-100 ปี ในภาวะที่ดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาลงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะกับประกันบำนาญแบบทั่วไปที่พอร์ตการลงทุนทั้งหมดเน้นที่ตราสารหนี้ที่แปรผันตรงกับดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก

และด้วยเป็นเรื่องไม่ง่ายนี้เอง จึงทำให้แนวโน้มประกันบำนาญลักษณะนี้จะลดอายุการให้บำนาญลง และ เปลี่ยนไปใช้การให้บำนาญแบบเพิ่มตามอายุที่กำหนดแทน เนื่องจากบริษัทจะได้รับเบี้ยประกันบำนาญมากขึ้น และ ไม่ต้องจ่ายบำนาญสูงตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ เพื่อลดความเสี่ยงของบริษัทประกันลง

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหาลักษณะนี้ จะทำให้ทั้งผลตอบแทนประกันบำนาญลดลง และ จำนวนปีที่ได้รับบำนาญก็ลดลงเช่นกัน จึงอาจจะไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมที่สุด และ ส่งผลให้นำไปสู่การแก้ไขอีกแนวทาง คือ การปรับให้พอร์ตการลงทุนของประกันบำนาญมีสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่าง ตราสารทุน หรือ หุ้น ในสัดส่วนไม่เกิน 20% ร่วมด้วย

วิธีนี้จะช่วยลดการยึดติดกับดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะ ตราสารทุน มักสวนทางกับ ตราสารหนี้ ซึ่งด้วยแนวคิดนี้เองจึงทำให้ประกันบำนาญยังคงให้ผลตอบแทนที่สูง และ ให้บำนาญได้นานถึงอายุ 99-100 ปีได้ต่อไป 

ร่วมถึง คปภ. ยังมีมาตรการควบคุมดูแลที่เหมาะสม ทำให้ผู้ทำประกันได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมในรูปแบบเงินปันผลจากผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนแบบนี้ด้วย และ คปภ. ยังกำหนดให้เงินปันผลเหล่านี้ให้กลายมาเป็น เงินบำนาญเพิ่ม ที่จะได้รับมากขึ้นในตอนเกษียณ เพื่อความยั้งยืนของการเกษยีณ

จึงทำให้ประกันบำนาญที่มีพอร์ตแบบมีเงินผล สามารถเป็นอีกหนึ่งทางออกสำคัญ ให้กับแบบประกันบำนาญในยุคดอกเบี้ยขาลงได้ โดยไม่ต้องปรับผลตอบแทนให้ลดลง แถมยังเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น และ มีอายุการรับบำนาญที่นานถึงอายุ 99-100 ปี ได้เหมือนเดิม และ ยังเปิดทางเลือกการจัดการพอร์ตให้กับบริษัทประกันได้ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

BHI สอบถามได้ตั้งแต่อายุ11 80

เริ่มวางรากฐานให้กับ "แผนเกษียณ" อย่างจริงจัง

ด้วย Framework การใช้เครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

"ตน (ในปัจจุบัน) แลเป็นที่พึ่งของตน (ในอนาคต)"

เกี่ยวกับผู้เขียน

  • แอนนี่ค่ะ2

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน ซึ่งในหลายครั้งกว่าจะรู้และเข้าใจก็อาจจะสายไปแล้ว และนี้คือสาเหตุใหญ่ที่ทางเรา จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยให้ความรู้ทางการเงินที่ดีและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ ผ่านเว็บไซต์ Release your Risk ที่ต้องการให้ทุกคนได้ปล่อยความเสี่ยงที่ตนเองถือไว้อยู่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินด้วยความเข้าใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

>
Scroll to Top

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ตกลงทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก