ประกันสุขภาพ ประกันบำนาญ VS. ประกันสุขภาพเบี้ยคงที่ UDR

แม้ประกันบำนาญจะช่วยประหยัดเบี้ยประกันสุขภาพได้อย่างมาก แต่ถ้าทำประกันสุขภาพเบี้ยคงที่แบบ Unit-Linked (UDR) หรือ ลงทุน RMF เองจะดีกว่าหรือไม่

เรื่องเงินห้ามไว้ใจแต่.ต้องเข้าใจ release your risk

จากบทความ 7 วิธีจัดการเบี้ยประกันสุขภาพหลังเกษียณ ที่ได้มีการอธิบายข้อดีข้อจำกัดของวิธีการต่างๆ ไว้เรียบร้อย แต่ในบทความนี้จะเน้นลงรายละเอียด เปรียบเทียบระหว่าง วิธีใช้ประกันบำนาญแบบที่ประหยัดเบี้ยที่สุดในการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณ กับ วิธีที่ใช้ประกันสุขภาพเบี้ยคงที่ UDR โดยตรง ว่าแบบใดจะน่าสนใจกว่ากันในสถานการณ์

หมายเหตุ :

  • วิธีใช้ประกันบำนาญมักจะทำประกันบำนาญในวันก่อนจะครบกำหนดชำระเบี้ยของประกันสุขภาพ โดยใช้บัญชีธนาคารที่รับเงินบำนาญเป็นบัญชีเดียวกับที่ไว้หักชำระค่าเบี้ยประกันสุขภาพโดยอัตโนมัติ และบัญชีนั้นไม่ผูกกับแอพธนาคาร หรือ ไม่ทำบัตร ATM เพื่อป้องกันการนำบำนาญออกไปใช้
  • ในขณะที่ประกันสุขภาพ UDR จะทำการหักค่าประกันภัยของทั้งประกันชีวิต Unit-Linked และประกันสุขภาพ UDR จากการขายพอร์ตกองทุนรวมในกรมธรรม์อัตโนมัติทุกเดือน แต่หากพอร์ตกองทุนรวมมีมูลค่าไม่พอจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อสามารถเติบเงินเข้าไปได้
  • ทั้ง 2 วิธีนี้จึงเป็นระบบจ่ายค่าประกันสุขภาพตอนเกษียณโดยอัตโนมัติเหมือนกัน เพื่อลดความซับซ้อนที่อาจจะกลายเป็นภาระยามที่สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ได้

แนวคิดทำประกันบำนาญเบี้ยคงที่ เพื่อนำบำนาญมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณล่วงหน้านั้น จะคล้ายกับแนวคิด เบี้ยประกันสุขภาพคงที่ไม่จ่ายทิ้ง ของประกันสุขภาพแบบ UDR ในประกันชีวิต Unit-Linked ทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อมาว่า

แนวคิดทำประกันบำนาญมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ ที่ไม่ได้ลงทุนเอง จะเทียบกับที่ได้ลงทุนเองผ่าน แบบประกันสุขภาพ UDR หรือ แม้แต่ลงทุนใน RMF เองไว้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้หรือไม่ ผ่านการเปรียบเทียบดังต่อไปนี้

ประกันสุขภาพแบบ Unit-Linked (UDR) เบี้ย "คาดหวัง" คงที่ จ่ายครบจบแน่เสมอไปหรือไม่

จากบทความ ทำไมยังไม่ควรเลือกประกันสุขภาพ UDR พบว่าสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือก ประกันสุขภาพ UDR คือ ตารางเบี้ยของ UDR นั้นเป็นแบบ Targeted Premium หรือ เบี้ยคาดหวังคงที่ โดยตารางเบี้ยนี้จะเป็นจริงตามเป้าหมายที่คาดหวังได้หรือไม่ จะขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนต่อปี จะต้องไม่น้อยกว่าที่คาดไว้

ซึ่งจากกราฟด้านล่างจะเห็นได้ว่า แม้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ UDR เท่ากัน แต่แบบที่อัตราผลตอบแทน 1% ต่อปี จะมีอายุกรมธรรม์อยู่ได้ถึงอายุ 93 ปีเท่านั้น ในขณะที่แบบที่อัตราผลตอบแทน 2% ต่อปี จะมีอายุกรมธรรม์อยู่ได้ถึงอายุ 98 ปี 

ชายHHUDR10m 1

คาดหวังผลตอบแทน 1% ต่อปี ชำระเบี้ยทุกปี อยู่ถึงอายุ 93

ชายHHUDR10m 2

คาดหวังผลตอบแทน 2% ต่อปี ชำระเบี้ยทุกปี อยู่ถึงอายุ 98

ดังนั้นตารางเบี้ยของ UDR จึงไม่ใช่แบบการันตีเหมือน แบบประกันบำนาญ หรือ แบบประกันสุขภาพทั่วไป ที่จ่ายครบจบแน่ แต่ยังต้องมาลุ้นกับผลตอบแทนแต่ละปีร่วมด้วย ที่สำคัญการจำลองคาดการณ์ด้วยอัตราผลตอบแทนสูงกว่าอย่าง 5% ต่อปี จะมีความผันผวนมากกว่าแบบ 1-2% ต่อปี และทำให้ขาดความแม่นยำได้มาก

ประกันสุขภาพแบบ Unit-Linked (UDR) ถ้าต้องการที่จะไม่ชำระเบี้ยตอนเกษียณสามารถเติมเงินเพิ่มเผื่อล่วงหน้าได้ แต่..

เพื่อที่จะนำมาเปรียบเทียบกับประกันบำนาญได้ จึงต้องกำหนดให้ประกันสุขภาพ UDR หยุดชำระเบี้ยตอนอายุ 60-98 ปี เหมือนกับของประกันบำนาญ ซึ่งสามารถทำได้โดยเติมเงินเข้าในประกัน Unit-Linked เพิ่มขึ้นจากเบี้ย UDR ตามปกติ ในตอนอายุ 35-59 ปี เพราะถ้าหากไม่เติมเงินเพิ่มกรมธรรม์จะอยู่ได้ถึงอายุ 82 ปีเท่านั้นดังกราฟด้านล่างนี้

ชายHHUDR10m 3 หยุดชำระอายุ60

คาดหวังผลตอบแทน 3% ต่อปี ชำระเบี้ยทุกปี อยู่ถึงอายุ 82

โดยเบี้ยประกันสุขภาพ UDR จะคงที่อยู่ที่ 84,754 บ. และมีจ่ายเบี้ยเพิ่มเข้าในกรมธรรม์อีก 90,000 บ. (แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตหลักขั้นต่ำ 15,000 บ. และ เบี้ยเพิ่มพิเศษ 75,000 บ.) อายุ 35-59 ปี เพื่อไว้จ่ายเบี้ย UDR ตอนอายุ 60-98 ปีที่หยุดชำระเบี้ยแล้ว ทำให้รวมเบี้ยทั้งหมดอายุ 35-59 ปี อยู่ที่ 4.36 ล้านบาท ดังรูปด้านล่างนี้

สรุปเบี้ยRP UDR RTU

รวมเบี้ยทั้งหมดอายุ 35-59 ปี สูงถึง 4,368,850 บาท หรือ ประมาณ 4 แสนบาท หากหักมูลหน่วยลงทุนคาดการณ์

ผลลัพธ์ที่ได้ กรมธรรม์มี โอกาส(ไม่การันตี) อยู่ได้นานถึงอายุ 97 ปี หากคาดหวังผลตอบแทนที่ 3% ต่อปี (เลือกผลตอบแทนนี้เพื่อให้ใกล้เคียงกับประกันบำนาญ และไม่มีความผันผวนมากเกินไปจนขาดความแม่นยำ)

ชายHHUDR10m 3 หยุดชำระอายุ60 RTU75000

คาดหวังผลตอบแทน 3% ต่อปี ชำระเบี้ยอายุ 35-59 อยู่ได้ถึงอายุ 97

ประกันบำนาญ การันตีผลตอบแทน และ ระยะเวลาการให้บำนาญ แต่..เบี้ยรวมจะมากหรือน้อยกว่า UDR

โดยเมื่อนำประกันสุขภาพแผนเดียวกับของ UDR แต่เป็นแบบเบี้ยเพิ่มตามอายุ (ไม่คงที่) PPR แล้วรวมเบี้ยประกันสุขภาพอายุ 60-98 ปี มาคำนวณว่า ต้องทำประกันบำนาญเท่าใดจึงจะเพียงพอให้มีบำนาญจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณได้ทั้งหมด

ซึ่งผลการคำนวณคือ ได้เบี้ยประกันบำนาญต่อปีอยู่ที่ 90,563 บ. (ใกล้เคียงกับเบี้ย Unit-Linked ที่เพิ่มจาก UDR  90,000 บ.) โดยเบี้ยประกันบำนาญรวมอยู่ที่ 2,264,076 บ. และ เบี้ยประกันสุขภาพรวมอายุ 35-59 ปีอยู่ที่ 778,211 บ. ทำให้รวมเบี้ยประกันทั้งหมดอยู่ที่ 3,042,287 บ. (น้อยกว่าฝั่ง Unit-Linked UDR ที่ใช้ถึง 4.36 ล้านบาท อยู่ถึง 1.36 ล้านบาท) ดังตารางด้านล่างนี้ 

สรุปบำนาญเบี้ยสุขภาพชาย35 HH10m
ตารางบำนาญเบี้ยสุขภาพชาย35 HH10m 1

ชำระเบี้ยเองอายุ 35-59 ปี

ตารางบำนาญเบี้ยสุขภาพชาย35 HH10m 2

ให้ประกันบำนาญชำระเบี้ยประกันสุขภาพอายุ 60-98 ปี

ที่สำคัญประกันบำนาญการันตีคุ้มครองประกันสุขภาพได้นานถึงอายุ 98 ปีแน่นอน และยังทำให้เบี้ยต่อปีเหลือเพียง 111,507-141,909 บ. เท่านั้น (เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพตอนอายุ 35-59 ปี จะค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้นตามอายุ ในขณะที่ของ Unit-Linked จะสูงถึง 174,754 บ. คงที่ตลอดอายุ 35-59 ปี

แน่นอนว่าฝั่ง Unit-Linked หากกำหนดให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับประกันบำนาญที่ 3% ต่อปี ย่อมไม่ตรงกับจุดเด่นของ Unit-Linked ที่สามารถลงทุนเสี่ยงสูงกว่านี้ได้ รวมถึงฝั่ง RMF เองที่สามารถเลือกลงทุนเองให้เสี่ยงสูงกว่านี้ได้ และอาจใช้เงินได้น้อยกว่านี้

ลงทุนเสี่ยงขึ้นแล้วอัตราความอยู่รอดของกองทุนรวมจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะหากในวันที่เกษียณเป็นตลาดขาลงติดต่อกัน

อย่างไรก็ตามจากบทความ วางแผนเบี้ยประกันสุขภาพด้วย RMF กับ ประกันบำนาญ จะเห็นได้ว่า แม้ใช้วิธีการจำลองการลงทุนแบบ Time Segmentation ที่มีด้วยกันถึง 3 พอร์ต (ไม่ได้ใช้พอร์ตเดียวแบบการจำลองคาดการณ์ของ Unit-Linked)

การลงทุนแบบ Time Segmentation คือ :

  • การลงทุนแบบ 3 พอร์ต ประกอบด้วย พอร์ตเสี่ยงต่ำ พอร์ตเสี่ยงกลาง พอร์ตเสี่ยงสูง 
  • พอร์ตเสี่ยงต่ำ สำหรับไว้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ 15 ปีแรก
  • พอร์ตเสี่ยงกลางกับสูง สำหรับไว้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพในอีก 15 ปีข้างหน้า กับ 30 ปีข้างหน้า
  • เป็นวิธีที่ช่วยลดความผัวผวนสำหรับเงินที่กำลังใช้ ในขณะที่เงินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ ก็ให้มีโอกาสเติบโตด้วยพอร์ตที่เสี่ยงกว่าได้อย่างเต็มที่
ภาพรวมวางแผนเกษียณ

แต่จากผลการจำลองสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ 1,000 สถานกาณ์ ที่หากในวันที่เกษียณตลาดเป็นขาลงติดต่อกันนาน 3 ปี อัตราความอยู่รอดของพอร์ตจะลดลงอย่างมากเมื่อสูงอายุขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือไม่ถึง 10% ในตอนอายุ 98 ปี ดังกราฟเส้นสีน้ำเงิน และถึงแม้จะเพิ่มให้มูลค่าพอร์ตที่มี ณ วันเกษียณจาก 3.88 ล้าน เป็น 6.09 ล้าน แต่กราฟเส้นสีส้มก็ยังมีอัตราการอยู่รอดของพอร์ตตอนอายุ 98 ปี ไม่ถึง 50%

จำลองกองทุนสุขภาพ ขาลง3ปี

ดังนั้นการนำผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่แน่นอนมาใช้กับ ตารางเบี้ยประกันสุขภาพที่แน่นอนนั้น ย่อมมีความเสี่ยงสูงขึ้น และ ลด Peace of Mind ตอนเกษียณลงได้อย่างน่าตกใจ เพราะต้องคอยลุ้นว่าพอร์ตจะเหลือเงินเพียงพอหรือไม่สำหรับการถอนเงินในช่วงท้ายๆ โดยเฉพาะหากมีอายุขัยที่ยืนยาว ตามวิกฤตคนไทยที่อายุยืนถึง 100 ปีมากขึ้นเรื่อยๆ

บทสรุปการเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบนี้เป็นการเป็นการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นกับชายอายุ 35 ปี โดยใช้ประกันบำนาญแบบชำระเบี้ยถึงอายุครบ 60 ปี ที่สามารถให้บำนาญตั้งแต่อายุ 60-99 ปี ด้วย IRR การันตีที่ประมาณ 3.5% ต่อปี ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไปตาม เพศ อายุ แบบประกันสุขภาพ และ แบบประกันบำนาญที่ใช้

รวมถึงอาจแตกต่างออกไป หากผลตอบแทนของ Unit-Linked มีการดูแลจัดการให้ผลตอบแทนได้มากกว่า 3% ซึ่ง ทำให้มีโอกาสเหลือเงินเยอะขึ้น หรือ เติมเงินเข้ากรมธรรม์ช่วงก่อนเกษียณได้น้อยลง

เช่น การใช้วิธี Time Segmentation หรือ อย่างน้อยใช้วิธีการแบ่งพอร์ตออกเป็น 2 ช่วง อย่าง พอร์ตก่อนเกษียณให้เสี่ยงสูงได้ด้วยค่าประกันภัยที่ยังถูกหักน้อย (คาดหวังผลตอบแทน 5%-7% ต่อปี) กับ พอร์ตหลังเกษียณที่เสี่ยงต่ำ ด้วยค่าประกันภัยที่สูงขึ้นมาก (คาดหวังผลตอบแทน 2-3% ต่อปี) 

ให้ความรู้และเครื่องมือคำนวณ release your risk

อย่างไรก็ตามการจัดการดูแลพอร์ต ก็ยังคงยากที่จะควบคุมให้เป็นไปตามผลการจำลองได้ ทั้งหมดนี้เองจึงส่งผลให้ ประกันบำนาญ ดูเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่า ประกัน Unit-Linked ในแง่มุมต่อไปนี้

  • ประกันบำนาญไม่จำเป็นต้องดูแลจัดการและคาดหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่า 3% ให้มากที่สุดในทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเกษียณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีเงินเพียงพอสำหรับตารางเบี้ยประกันสุขภาพที่ตายตัวปรับลดราคาไม่ได้
  • ประกันบำนาญสามารถนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน (ส่วนประกันชีวิต 100,000 บ. และส่วนประกันบำนาญ 200,000 บ.) ในขณะที่ Unit-Linked ที่เบี้ยส่วนที่เป็นการลงทุน กับ เบี้ยส่วนเพิ่มเติม จะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เลย
  • ประกันบำนาญใช้เงินน้อยกว่า Unit-Linked ถึงหลักล้านบาทที่ผลตอบแทนใกล้เคียงกัน (โดยที่ยังไม่ร่วมเงินคืนภาษีที่ได้) สำหรับการนำมาใช้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณ ซึ่งเงินส่วนต่างที่ประกันบำนาญใช้น้อยกว่านี้ ยังสามารถนำไปลงทุนแบบเสี่ยงสูงต่อได้อีกแบบที่ไม่ต้องเก็บความกังวลว่าจะส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพได้ เพราะมีประกันบำนาญเป็นฐานการันตีให้อยู่แล้ว

แต่ผลลัพธ์ที่ประกันบำนาญที่ดูน่าสนใจกว่า Unit-Linked จากการเปรียบเทียบครั้งนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากประกันบำนาญที่เลือกใช้ไม่สามารถให้บำนาญได้สูงคงที่ตั้งแต่ปีแรก มีผลตอบแทน IRR ที่สูง และ สามารถให้บำนาญได้จนถึงอายุ 99 ปี 

ดังนั้นการเลือก ประกันบำนาญ เพื่อนำมาใช้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณจึงสำคัญมาก ดังในบทความวิธีการเลือกประกันบำนาญสำหรับเบี้ยประกันสุขภาพตอนเกษียณ โดยหนึ่งในประกันบำนาญที่บทความพบว่าน่าสนใจที่สุดภายหลังการเปรียบเทียบก็คือ ประกันบำนาญ BLA ที่จะสามารถเจาะลึดหาสาเหตุเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้ 

เริ่มวางรากฐานให้กับ "แผนเกษียณ" อย่างจริงจัง

ด้วย Framework การใช้เครื่องมือการเงินลดหย่อนภาษี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

"ตน (ในปัจจุบัน) แลเป็นที่พึ่งของตน (ในอนาคต)"

เกี่ยวกับผู้เขียน

  • แอนนี่ค่ะ2

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานทั้งหมดของแอนนี่ในสายงาน CRM ได้พบว่า ความไม่รู้ เป็นศัตรูที่แพงอย่างมากในโลกของการเงิน ซึ่งในหลายครั้งกว่าจะรู้และเข้าใจก็อาจจะสายไปแล้ว และนี้คือสาเหตุใหญ่ที่ทางเรา จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยให้ความรู้ทางการเงินที่ดีและเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากความไม่รู้นี้ ผ่านเว็บไซต์ Release your Risk ที่ต้องการให้ทุกคนได้ปล่อยความเสี่ยงที่ตนเองถือไว้อยู่ ผ่านเครื่องมือทางการเงินด้วยความเข้าใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

>
Scroll to Top

เว็บไซต์นี้มีการใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ตกลงทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก